รีวิว Bioshock Infinite: เกมเทพ มาพร้อมเนื้อเรื่องเทพๆ


เกมในชุด Bioshock เป็นเกม 1st person shooter อีกชุดที่ผมชื่นชอบครับ ทั้งๆ ที่ผมเองเป็นคนที่ไม่ชอบเล่น 1st person shooter เสียเท่าไหร่

เนื่องจากเกมพวกนี้ถ้าทำมาไม่ดีเท่าไหร่ เล่นแล้วจะมึนหัวมาก แถมยิงก็ยากทีเดียว (ผมเล่นเกมยิงๆ ไม่แม่นเท่าไหร่ ถนัดเกมที่ไม่ต้องอาศัยความแม่นอย่างพวก StarCraft เสียมากกว่า) เกมบางเกมก็ไม่มีเนื้อเรื่องอะไรที่น่าสนใจไปกว่า ยิงๆๆ จนจบ

แต่เกม Bioshock นี่เป็นข้อยกเว้นครับ.. ภาคแรกที่ผมเล่นคือ Bioshock ภาค 2 ครับ ตอนนั้นเกมเพิ่งออกใหม่ มีเพื่อนผมที่ชอบเล่น shooter เล่นให้ดู ผมดูแล้วพบว่า เกมมีความน่าสนใจไปนอกเหนือจากการยิง ทำให้ลืมอาการเวียนหัวเล็กน้อยนั้นไปได้

ความน่าสนใจที่ว่านี้อยู่ที่ภาพ ฉาก เนื้อเรื่อง และเสียงประกอบครับ!

ในภาคที่แล้วอย่าง Bioshock และ Bioshock 2 นั้นผู้เล่นจะอยู่ในเมืองสมมติที่ชื่อว่า Raptor เป็นเมืองใต้น้ำที่สร้างในยุค 1970-1980 สถานการณ์คร่าวๆ ก็คือเกิดสงครามในเมืองใต้น้ำนี้อยู่ ผู้เล่นจำเป็นจะต้องต่อสู้ไปตามเนื้อเรื่องเพื่อหลุดออกจากเมืองนี้และกลับมาสู่ผิวน้ำให้ได้ ซึ่งจริงๆ เนื้อเรื่องก็ค่อนข้างจะเป็นเส้นตรง ไม่ค่อยมีจุดหักเหเท่าไรนัก

ความเจ๋งของเกมนี้คือตัวฉาก สิ่งประกอบฉาก ล้วนแล้วแต่นำเอาของที่อยู่ในยุคนั้นมาประกอบกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์, เพลงประกอบอย่าง La mer เล่นไปแล้วก็จะรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่ยุคนั้นจริงๆ ครับ นอกจากนี้แล้ว การเดินอ่านพวกสิ่งประกอบฉาก เป็นการเติมเต็มประสบการณ์การเล่นให้มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เรารู้สึก "อิน" กับเนื้อเรื่องมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมคิดว่าจุดนี้เองเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่ ประทับใจในเกมนี้

และแน่นอน ในภาคใหม่ Bioshock Infinite นี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ



ภาคใหม่นี้เราจะเล่นเป็นตัวเอกที่ชื่อว่า Booker DeWitt เป็นนักสืบที่ต้องไปตามล่าหาผู้หญิง Elizabeth ที่อยู่ในเมืองบนฟ้าครับ ฉากของเมืองนั้นเป็นฉากสว่างมากๆ ผิดกับภาคที่แล้วที่เป็นฉากมืดๆ (เพราะอยู่ใต้ทะเลมืดๆ น่ากลัวๆ) ฉากของภาคนี้นั้นจะรู้สึกสวยงาม เหมือนกับอยู่บนสวรรค์เลยครับ

เนื้อเรื่องของเกมนี้จะเก่ากว่าเกมภาคแรกๆ ครับ โดยจะเป็นยุค 1901 ในยุคนั้นเป็นยุคของ American Exceptionalism ก็คือคนอเมริกายุคนั้นเชื่อว่าอเมริกาดีกว่าประเทศอื่นๆ ตรงที่เป็นสังคมแบบประชาธิปไตย และเป็นสังคมอิสระมาก และมีการสร้างเมืองลอยฟ้านี้ขึ้นมาเพื่อประกาศศักดาว่าตัวเองเจ๋งครับ ก็จะเป็นยุคของพวกเครื่องจักรไอน้ำ เครื่องมือจักรกลต่างๆ

ฉากแรกที่เป็นฉากนำเข้าสู่ตัวเกม คุณจะงงว่า เอ นี่มันเกมยิงสะบั้นหั่นแหลกจริงหรือ ทำไมฉากมันสวย สงบเรียบกันเป็นอย่างนี้ ช่างเป็นเมืองที่น่าอยู่เสียจริง


แต่แน่นอน เมืองลอยฟ้า Columbia มันก็ไม่ต่างอะไรกับ Rapture หรือเมืองอื่นๆ ที่ไม่ว่าจะสวยงามแค่ไหน แต่ก็หลีกพ้นจากจิตใจของมนุษย์ที่มีความแก่งแย่งกันอยู่ภายในไม่ได้

แต่เนื้อเรื่องที่เป็นแก่นของเรื่องจริงๆ นั้นไม่ใช่เรื่องนี้ครับ แต่ถ้าพูดถึงแล้วจะสปอยเลย เพราะว่ามันลึกและแยบยลกว่านั้นมาก เอาเป็นว่าเนื้อเรื่องเกมนี้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ซะมากกว่าดีกว่าครับ คล้ายๆ กับวิทยาศาสตร์ของการทำให้เมืองลอยได้ละ (แต่ไม่ใช่นะ แค่เปรียบเทียบ)

ผมเล่นเกมนี้ผ่าน Play Station 3 ครับ ความสวยงามของฉากนั้นทำได้ดีจริงๆ ครับ แม้กับคอนโซลเก่าแบบนี้ มีวิดีโอเปรียบเทียบว่าภาคของ PC จะมีความสวยงามมากกว่านี้อีก แต่ก็ทำไงได้ครับ คอมที่มีอยู่มีแต่ Thinkpad ซึ่งคงเล่นไม่ได้


ระบบการเล่นของภาคนี้ก็ไม่ต่างจากภาคก่อนๆ ครับ ผู้เล่น จะมีปืน และมีพลังที่ใช้ในการร่ายมนตร์ ซึ่งในเกมเรียกมนตร์ว่า Vigor และพลังว่า Salt ตัวอย่างของมนตร์ที่เรียกใช้ได้ก็คือ ส่งอีกาไปทำลายคู่ต่อสู้, ปาระเบิดไฟ (เหมือน Incinerate! ของภาคที่แล้ว), มนตร์ทำให้ศัตรูมาเป็นพวกเรา, ชอตไฟฟ้าศัตรู, ยกศัตรูให้ลอย ฯลฯ ซึ่งก็สนุกดีครับ ทำให้ไม่ใช่ยิงปืนเพียงอย่างเดียวเหมือน 1st person เกมอื่นๆ

นอกจากนี้แล้วในภาคนี้เรายังมีผู้ช่วย (จะใครที่ไหน นอกจากสาวสวย Elizabeth) ที่คอยเก็บของ เก็บเงินให้ และปาของสำคัญอย่างกระสุน, Salt, Health มาให้ด้วยครับ ทำให้เวลาคับขันเราก็ยังพอเล่นต่อไปได้โดยไม่ต้องพะวงวะต้องวิ่งไปเก็บกระสุนมาใหม่ จุดนี้ทำให้การเล่นสนุกมากขึ้นครับ และก็ทำให้เกมง่ายขึ้นด้วย นอกจากนี้ผู้ช่วยก็น่ารักดี และยังแสดงอารมณ์ไปนั่งเล่น ไปพิงเสา เวลาที่เราอยู่เฉยๆ ด้วย ไม่ใช่มายืนจ้องตากันตลอดเวลาเหมือน AI ของเกมอื่นๆ

ระบบเสียงของภาคนี้นี้เจ๋งดีครับ มีเพลงประกอบหลายเพลงที่เข้ากับยุคและเนื้อเรื่องดี และเพลงหลายเพลงก็เพราะมาก ยกตัวอย่างเพลงนี้ที่เราจะได้ฟังกันในฉากแรกครับ



โดยสรุปแล้วผมประทับใจกับเกมภาคนี้มากครับ (ยิ่งประทับใจมากกับตอนจบแบบนี้ซึ่งผมชอบเรื่องราวแบบนี้อยู่แล้ว) เรียกได้ว่าเกมนี้ผมให้ 10 เต็มเหมือนกับรีวิวของที่อื่นๆ จริงๆ ครับ เนื้อหาเกมค่อนข้างจะจบสมบูรณ์ในตัวมาก ภาคเสริมที่เป็น DLC ที่จะออกในอนาคตน่าจะเป็นเนื้อเรื่องข้างเคียงมากกว่าเนื้อเรื่องต่อไปครับ

(c) Copyright 2015 Pawin Numthavaj. Powered by Blogger.