ไปญี่ปุ่นกับครอบครัว (2) ตามหาฟูจิ.. ไม่เจอ T_T

กลับมาทริปญี่ปุ่นกันต่อนะครับ (ดองเค็มมากมาย) ตอนนี้จะกล่าวถึงวันที่สองครับ หลังจากวันแรกที่ผมถึงโตเกียว เนื่องจากแม่ต้องประชุมต่ออีกวันหนึ่ง ผมเลยไปเที่ยวตามหาฟูจิกับพ่อและน้องครับ

ที่ที่เลือกไปดูฟูจิครั้งนี้ก็ยังคงเป็นทะเลสาบ Kawaguchi (河口湖, Kawaguchi-ko) เหมือนเดิมกับคราวเมื่อสงกรานต์ที่ไปกับเพื่อนครับ เพราะรู้สึกว่าไปง่ายดีด้วยรถไฟครับ

การไปทะเลสาบนี้ไปได้สองวิธี คือรถบัส กับรถไฟครับ ผมเลือกที่จะไปรถไฟเพราะชอบนั่งรถไฟ แล้วก็รู้สึกว่าสะดวกสบายกว่ารถบัสครับ (ระยะเวลาไม่ห่างกันมากนักครับ แต่รถบัสจะถูกกว่า และไม่ต้องต่อรถไฟ)

ระบบ Self-Checkout ที่ Central Food Hall at Central World

วันนี้ได้ลองใช้ระบบ Self-Checkout หรือจ่ายเงินอัตโนมัติที่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ Central World อีกครั้งครับ

ระบบนี้เพิ่งจะเอาเข้ามาใช้ที่นี่ได้สักประมาณ 1-2 เดือนนี้เอง ในต่างประเทศมีมาแล้ว 2-3 ปี แต่ก็น่าสนใจดีครับ ผมลองใช้มาสองทีแล้ว เลยขอพิมพ์เก็บเป็นข้อมูลเล่นๆ ดูครับ

เครื่องปัจจุบันที่ใช้อยู่ที่ Central Food Hall ที่ Central World นั้นมีอยู่ทั้งหมด 6 เครื่องครับ โดยหน้าตาของเครื่องคล้ายๆ กับเครื่องนี้เลย



กล่าวคือ เราจะต้องเอาตะกร้าเราไปวางที่ด้านขวามือของเครื่อง (ใครเข็นรถเข็นมาของเยอะๆ อด ต้องไปใช้ระบบจ่ายกับแคชเชียร์ตามปกติ) หลังจากนั้นเครื่องจะต้อนรับเราด้วยการให้กดปุ่มเริ่มกระบวนการบนจอ แล้วก็ให้เรารูดบัตรสมาชิกของซูเปอร์มาร์เก็ต (หรือใส่เบอร์โทรศัพท์สมาชิก)

พอเสร็จแล้วก็ถึงเวลาสแกนสินค้าในตะกร้าทีละชิ้นๆ ครับ โดยเราต้องหาบาร์โค้ด วางให้เครื่องสแกน แล้วก็เอาของที่สแกนเสร็จแล้วไปวางด้านซ้ายมือของเครื่อง เมื่อวางของแล้วเครื่องถึงจะอนุญาตให้เราสแกนชิ้นต่อไปได้ (ใช้ระบบดูน้ำหนักว่ามีของวางใหม่)

เมื่อสแกนครบแล้ว ก็กดปุ่มบนหน้าจอก็จะเข้าขั้นตอนจ่ายเงิน ในตอนนี้มีแต่ให้จ่ายผ่านบัตรเครดิต โดยเราก็จะต้องรูดบัตรเครดิตที่เครื่องหนึ่งครั้ง (คิดว่าคงไว้ดูรหัสหน้าบัตร) หลังจากนั้นถึงจะเสียบบัตรเพื่ออ่านชิพกับเครื่องรูดปกติ

ถ้าเราซื้อของน้อยกว่า 700 บาท กระบวนการรูดนั้นก็จะเสร็จเลย ไม่ต้องมาเซ็นยืนยันอะไรอีกครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าถ้าเกินกว่านั้นอาจจะต้องเซ็นชื่อกำกับด้วย

อย่างไรก็ดีหลังจากที่ใช้มาสองครั้งนี้ ผมพบว่ามีปัญหา และข้อควรเปลี่ยนแปลงดังนี้ครับ

  • ขั้นตอนในการสแกน ค่อนข้างดูยากเล็กน้อย จะต้องหันสินค้าให้ตรงกับที่จะสแกน
  • บางครั้งสแกนแล้วมันจะขึ้น Error ซึ่งต้องให้พนักงานมาปลดล็อก ถึงจะสแกนอันถัดไปได้ (ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงขึ้น Error) ปัญหาคือมันขึ้นบ่อยมาก ผมซื้อของสิบชิ้น Error สักสี่ห้าชิ้นได้ ก็แทบไม่ต่างจากให้พนักงานสแกนให้
  • ระบบจ่ายเงิน ยังไม่ลิงค์กับระบบใช้คูปองลดราคา ทำให้ใครมีคูปองแล้วจะใช้ ก็ต้องไปใช้ช่องปกติ
  • ใครซื้อของเยอะๆ ก็ไม่สามารถใช้ระบบนี้ได้ จำกัดแค่ของตะกร้าเดียว
  • ช่องเวลาไม่มีคน ว่างมากเสียจนไม่แน่ใจว่าช่องมันใช้ได้จริงหรือเปล่า (คนคงกลัวเดินเข้าไปแล้วเงิบ พอผมเดินเข้าไปใช้ปุ๊บ มีคนมาลองบ้างปั๊บ)
คิดว่าระบบนี้อาจจะไปไม่ค่อยรอดเท่าไหร่ เนื่องจากไม่ค่อยมีคนใช้ ถ้าพัฒนาจุดด้อยต่างๆ เหล่านี้ก็น่าจะมีคนใช้มากขึ้น ทำให้คุ้มในการเอาไปติดตั้งสาขาอื่นมากขึ้นครับ

Profile

My photo

An Ear, Nose, and Throat (ENT) surgeon, an epidemiologist, and just a guy who loves technology.
(c) Copyright 2015 Pawin Numthavaj. Powered by Blogger.