ไปงาน Windows 7 Blogger Day

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจาก @markpeak ให้ไปฟังงานมีตติ้งของไมโครซอฟท์กับ Blogger ที่เกี่ยวกับวินโดวส์ตัวใหม่ (Windows 7) โดยทางไมโครซอฟท์ได้ให้ชื่อว่า Windows 7 Blogger Day ครับ

จริงๆ แล้วบริษัทไอทียุคใหม่ในช่วงหลังๆ นั้นมีแนวโน้มที่จะเจาะตลาดกลุ่มนี้ค่อนข้างมาก อย่างคราวที่แล้วก็เคยไปงาน Intel Blogger Day มาเหมือนกัน (อืม ชื่อเหมือนกันเลยแฮะ) โดยตอนนั้นเป็นกลุ่มเล็กๆ ดูเทคโนโลยีโปรเซสเซอร์ของอินเทลที่ใช้ในเครื่องต่างๆ และโน้ตบุ๊ค แต่คราวนี้มาเป็นซอฟท์แวร์ของไมโครซอฟท์ครับ

งานจัดขึ้นที่สำนักงานไมโครซอฟท์ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ก็เลยตอบตกลง @markpeak ไป จากบ้านผมไปก็แค่ 20 นาทีเอง (ใกล้กว่าบ้านไปรพ.รามา ที่ทำงานซะอีก -_-" อยากมีที่ทำงานใกล้ๆ บ้านบ้างแฮะ) รถไม่ติดครับ



สิ่งที่พูดถึงในงานนั้นเป็นความสามารถใหม่ๆ ของวินโดวส์ 7 ไม่ว่าจะเป็น Virtual PC, PowerShell, GUI ใหม่ ของวินโดวส์ นอกจากนี้แล้วทางไมโครซอฟท์ก็ยังโชว์เทคโนโลยี Touch ที่มีใหม่ใน Windows 7 ด้วย (ผมไปลองมาแล้วแหละ พบว่าจอมันก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรดีซักเท่าไหร่ อารมณ์เดียวกับเกมจิ้มจอที่มีอยู่ดาษดื่นตามห้างซะมากกว่า.. ไม่ให้ความรู้สึก touch ซะเท่าไหร่เลย หรือเป็นเพราะเครื่องที่เอามาแสดงมันช้าหรือเปล่าก็ไม่รู้) นอกจากนี้ที่ผมสังเกตเห็นคือบล็อกเกอร์ส่วนใหญ่ที่มานั้นใช้ Lenovo Thinkpad (มีเป็นสิบๆ เครื่องเลยแหละ)! (มีคนใช้แมคอยู่ประปราย) ส่วนคนใช้ Dell แบบผมนั้นมีสองสามคนเองมั้ง

หลังจากจบงาน วันถัดมาก็เลยได้ฤกษ์ลง วินโดวส์ 7 ที่เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเสียเลย โดยที่ลงนั้นผมอัพเกรดจาก Vista 32 Bit -> 7 32 Bit ครับเนื่องจากว่าขี้เกียจลงโปรแกรมทั้งหมดใหม่ โดยเพียงแค่ใส่ DVD ลงไปในเครื่องแล้วก็ลงตามปกติ ก็พบว่าเมื่อผ่านไปประมาณ 2-3 ชั่วโมงระบบก็พร้อมใช้ทีเดียว เท่าที่สังเกตสิ่งที่เสียเวลามากที่สุดคือการคัดลอกไฟล์โปรแกรมต่างๆ ครับ

โปรแกรมทั้งหมดของผมนั้นย้ายมาอยู่บนวินโดวส์ 7 ได้ง่ายๆ เลยครับ แทบไม่ต้องลงอะไรใหม่เสียเท่าไหร่ ยกเว้นไดรเวอร์บางตัว นอกจากนี้พบว่าอุปกรณ์ส่วนใหญ่ของผมทำงานได้ดีกับวินโดวส์ 7 ครับ

อย่างไรก็ดีหลังจากใช้งานมาได้สักพัก ผมก็รู้สึกว่าวินโดวส์ 7 นั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรเท่าไหร่จาก Vista โดยสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นมักจะเป็นพวกกราฟฟิคที่ดูเท่ขึ้น วืบไปวืบมา เสียมากกว่าที่จะเป็นฟังก์ชันที่ได้ประโยชน์จริงๆ นอกจากนี้ผมรู้สึกไม่ชอบ Task Bar อันใหม่ที่ไอคอนใหญ่ ต้องปรับมาให้เป็นไอคอนเล็กๆ และมีข้อความ (ผมว่าเวลาสับเปลี่ยนโปรแกรมมานั่งคลิีกไอคอนเล็กๆ นี่มันลำบากนะ

คงต้องลองใช้ไปอีกซักพักกระมัง กว่าจะชิน

Bloody tears

หากยังจำกันได้ เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวออกมาว่า พบเด็กประหลาดร้องไห้น้ำตาเป็นเลือดโดยที่ไม่ทราบสาเหตุและแพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นอะไรกันแน่.. ใครไม่ได้ดูข่าวลองดูวิดีโอข้างล่างนี้



พอดีวันนี้อ่านบล็อกของ BMJ Case Report ได้พูดถึงเปเปอร์นึงที่รายงานเคสดังกล่าว ซึ่งก็คือ Ho VH, Wilson MW, Linder JS, Fleming JC, Haik BG. Bloody tears of unknown cause: case series and review of the literature. Ophthal Plast Reconstr Surg. 2004 Nov ;20(6):442-447. ซึ่งได้รายงานเคสแบบเดียวกันนี้เป็นจำนวนสี่เคส และสรุปได้ว่า

โรคดังกล่าวนี้เป็นโรคที่พบมาตั้งแต่สมัยปี 1500s แล้ว โดยเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไรกันแน่ ส่วนใหญ่ที่จะต้องทำคือแยกโรคที่ร้ายแรง หรือรักษาได้ง่ายออกก่อน ซึ่งได้แก่

  • Epistaxis (เลือดกำเดาไหล) ซึ่งอาจไหลท้นกลับไปยังท่อน้ำตา
  • โรคของ Conjunctiva, Eyelid, Nasolacrimal Ducts เช่น อาจเป็น mass ที่ nasolacrimal sac, หรือพวกโรคที่เป็น inflammation/infection เช่น conjunctivitis, granuloma pyogenicum, โรคที่เป็น vascular malformation เช่น Rendu-Osler-Weber syndrome (Hereditary Hemorrhagic Telangiectasia), hemangioma ต่างๆ
  • โรคของ lacrimal gland เช่น tumor
  • Bleeding จากยา เช่น Silver nitrate, IV acetylcholine, anticoagulants
  • Bleeding disorders เช่น hemophilia, Factor VII deficiency, Jaundiced-associated coagulopathy
  • Malingering (แกล้งทำ)
  • Trauma
  • Undetermined
สำหรับการ Management นั้นส่วนใหญ่แนะนำว่าหากไม่ได้เป็นโรคที่รุนแรงมากนั้นก็เพียงแค่ให้สังเกตอาการและให้กำลังใจผู้ป่วยเพียงเท่านั้นครับ (เคสที่เขาเจอทั้ง 4 เคสในเปเปอร์นั้นพบว่าหายเองโดยไม่ได้เกิดโรคอะไรตามมาครับ)

ไม่น่าเชื่อกับ Excel 2007

วันนี้จัดตารางอยู่เวร พอดีตารางเก่าก็เปิดอยู่ด้วยแต่จะสร้างไฟล์ใหม่ให้กับตารางใหม่ ก็ค้นพบว่า Excel นั้นไม่สามารถเปิดไฟล์ชื่อเดียวกันได้แม้กระทั่งอยู่คนละโฟลเดอร์ (แม้ว่าจะคนละนามสกุลก็ตามด้วย)!



เท่าที่ลองกับโปรแกรมอื่นใน MS Office ก็ไม่เป็น OpenOffice.org ก็ไม่เป็น ทำไม Excel ถึงได้เก่าคร่ำครึขนาดนี้เนี่ย (สงสัยอาจทำไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คีย์ผิดไฟล์?... แต่โปรแกรมอื่นก็ทำได้นะ) ประหลาดดีแท้

Profile

My photo

An Ear, Nose, and Throat (ENT) surgeon, an epidemiologist, and just a guy who loves technology.
(c) Copyright 2015 Pawin Numthavaj. Powered by Blogger.