วันพุธ, ธันวาคม 23, 2009

ประสบการณ์การใช้งาน Omnia Lite ภาคซอฟต์แวร์

หลังจากที่ใช้งานมาได้สองสามสัปดาห์ ผมก็ขอรีวิวเจ้า Omnia Lite ในแง่ซอฟต์แวร์หน่อยละกันนะครับ โดยเมื่อเปิดเครื่องมาแล้ว Omnia Lite นั้นจะมีหน้าจอ Today Screen ต่างจาก Windows Mobile ธรรมดา ตรงที่จะมีการใช้ Widget เหมือนกับ Samsung เครื่องอื่นทั่วๆ ไปซึ่งเราสามารถแก้ได้ตามต้องการครับ



หน้าจอของผมรกไปนิด ไล่จากด้านซ้ายบน: ไว้เปิดปิด Bluetooth/WiFi ง่ายๆ, นาฬิกา, ปฏิทินแบบย่อแสดงรายการที่ต้องทำต่อไป, ตัวเตือนรายการ SMS/Email ที่ยังไม่ได้อ่าน และด้านล่างสุดคือทางลัดไปโปรแกรมต่างๆ ครับ



ด้วยความที่ Windows Mobile นั้นเป็นแบบ Multitask คือเปิดโปรแกรมหลายอันได้พร้อมกัน ทาง Samsung ก็เลยแถมโปรแกรม Task Switcher มาให้ด้วยเลย คือเมื่อเรากดปุ่มกลางค้างไว้เราจะเจอหน้าจอ Task Switcher และสามารถเลือกสลับการใช้งานระหว่างโปรแกรมที่เรียกไว้ได้ และยังปิดโปรแกรมได้ด้วยครับ

เรื่องของความสามารถด้านโทรศัพท์นั้นถือว่าใช้ได้ครับ สามารถใช้นิ้วกดได้ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากนี้ความดีของ Samsung คือใส่ระบบ Haptic Feedback เมื่อเรากดปุ่มโทรศัพท์ก็จะสั่นเล็กน้อยพอรู้สึกว่าเรากำลังกดปุ่มอยู่ และเมื่อเราใช้นิ้วเลื่อนรายการขึ้นลงก็จะสั่นเป็นระยะๆ ตามความเร็วของการเลื่อนครับ





ด้านปฏิทินก็ใช้งานง่ายและตัวใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถ Sync กับปฏิทินใน Google Calendar ได้ดี (ตอบโจทย์ผมเลย)






อันนี้เป็นโปรแกรมที่แถมมากับเครื่องคร่าวๆ ครับ







โปรแกรมท่องอินเทอร์เน็ตที่แถมมากับเครื่องคือ Opera Mobile ครับเป็นเวอร์ชั่น 9 ใช้งานได้ดีทีเดียว ที่สำคัญรองรับ Flash Lite ด้วยทำให้สามารถเปิดหน้าเว็บที่มี Flash ง่ายๆ ได้บ้าง (เปิด Flash ที่ซับซ้อนไม่ได้) และยังสามารถดูวิดีโอผ่าน YouTube ได้ด้วย







คีย์บอร์ดที่ใช้พิมพ์ก็กดไม่ลำบากนักถึงแม้จะใช้นิ้วครับ แต่บางทีก็มีพิมพ์ผิดพลาดบ้าง ส่วนคีย์บอร์ดภาษาไทยนั้นเรียงตัวอักษรแปลกเล็กน้อยและบางตัวจะต้องกด Caps เข้าไปแต่ก็พอหาเจออยู่


เรื่องการติดต่อกับอินเทอร์เน็ตนับว่าทำได้ดี โปรแกรม ที่มีมาให้กับเครื่องเลยก็มีทั้ง Facebook, Google Maps (ซึ่งเป็นโปรแกรมแผนที่ตัวเดียวในเครื่อง และสนับสนุน GPS) และ Windows Live Messenger (MSN เก่า) นอกจากนี้ใครใช้ Twitter ก็โหลดโปรแกรม PockeTwit มาใช้ได้ (PockeTwit นี่แนบ Geo-Tag และรูปถ่ายได้ด้วย)








สำหรับด้านมัลติมีเดีย การเล่นไฟล์ DivX ที่ความละเอียดระดับ DVD นั้นทำได้อย่างไม่มีปัญหาครับ (แต่ถ้า 720p/1080p นั้นเล่นไม่ได้ครับเครื่องไม่ให้เล่น) นอกจากนี้ความสะดวกของเครื่องรุ่นนี้คือแค่ลากไฟล์มาลงเท่านั้นก็สามารถเล่นได้เลย ไม่ต้องแปลงไฟล์ใดๆ เสียงลำโพงที่ออกมาก็ฟังพอใช้ได้ (แต่จริงๆ ผมคิดว่าจอเล็กๆ คงดูหนังไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่หรอกครับ) และมีวิทยุ FM ที่ต้องเสียบหูฟังก่อน (ที่ผมก็ไม่ได้ใช้อีกเช่นกัน)

ก็ลองดูละกันนะครับ ใครสนใจผมว่าเป็นอีกตัวเลือกที่คุ้มราคาเลยครับ :D

วันพุธ, ธันวาคม 02, 2009

มินิรีวิว Samsung Omnia Lite

ผมเองมีความคิดอยากจะได้ PDA ซักตัวมาเพื่ออ่าน PDF, Powerpoint เวลาตรวจคนไข้ เพราะบางทีก็มีความรู้ต่างๆ ที่เราอาจจะจำได้ไม่หมด หรือไม่แม่น (โดยเฉพาะ Dose ยา.. ถึงแม้ว่าจะดูไม่ค่อยมืออาชีพก็เหอะแต่ผมว่าดีกว่าให้ยาผิดๆ ใช่ไหมครับ) นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดอื่นๆ อีกเช่น



  • PDF, Powerpoint ต้องอ่านได้เร็วพอควร ไม่งั้นอาจขี้เกียจเปิดซะงั้น

  • ต้องสนับสนุนด้าน Organizer เต็มที่ และที่สำคัญต้องเชื่อมกับ Google Calendar ที่ใช้อยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัยบริการเสริม (เคยใช้โทรศัพท์เครื่องเดิมกับ GooSync แล้วรู้สึกไม่เวิร์คเท่าไหร่)

  • น้ำหนักเบา พอที่จะพกได้ง่าย เพราะโดยมากต้องพกโทรศัพท์โรงพยาบาลอีกเบอร์อยู่แล้ว

  • ราคา ต้องถูกพอที่จะทำหายแล้วไม่รู้สึกผิดมากนัก (ถึงแม้จะไม่เคยทำหายก็เหอะ)

  • มีกล้องพอถูไถ เพราะตอนนี้พกกล้องดิจิตอลติดตัวไว้ถ่ายรูปรอยโรคอยู่แล้ว แต่คงต้องมีไว้เผื่อลืมหยิบกล้องไป


ตอนแรกๆ ก็ดู Samsung Omnia I เอาไว้แต่รู้สึกว่ามันก็เก่าแล้ว พอรู้ว่า Omnia Lite เริ่มออกขายแล้วก็เลยรีบไปหามาเป็นเจ้าของเลยครับ โดยคุณสมบัติเบื้องต้น



  • น้ำหนักประมาณ 103 กรัม

  • Windows Mobile 6.5 ตัวใหม่

  • กล้องพอถูไถ 3.2 เมก อันนี้พอไหว

  • WiFi, EDGE, GPS, Bluetooth ครบ

  • จอยังเป็นแบบ Resistive อยู่ แถมสไตลัสให้หนึ่งอัน แต่เป็นแบบห้อยๆ

  • ราคา 10900 บาท โอเคเลย

  • แบตเตอรี่ 1500 mAh ใหญ่ดี



และแล้วกล่องนี้มันก็มาอยู่ในมือผมครับ ซื้อมาจาก Jay Marts สาขาพารากอน ถามเจ้าหน้าที่ยังบอกว่าไม่มี Mock-Up ให้ลองจับเล่นมีแต่ตัวจริงเลย เพราะเพิ่งออกมาได้สามวัน โอ้ว



ข้างกล่องบรรยายสรรพคุณไว้เกือบครบ จริงๆ พวก Fm Radio นี่ผมไม่เคยใช้เลยแฮะเครื่องเก่าก็มี จริงๆ แม้แต่ฟังเพลงก็ไม่ได้ใช้เพราะไม่ค่อยชอบเอาหูฟังยัดหูเท่าไหร่ ฟังจากลำโพงดีกว่า อ้อ เครื่องนี้มันเล่น DivX, XviD ได้แต่อ้อนแต่ออกเลยนะ ไม่ต้องหาอะไรเพิ่ม ส่วน GPS นั้นไม่แถมโปรแกรมอะไรมาให้ต้องใช้ Google Maps อย่างเดียว



แกะกล่องแล้ว



ของที่แถมมาก็มีสไตลัสแบบห้อยๆ หนึ่งอัน, microSD 4GB (คู่มือบอกใช้ได้มากสุด 32GB), สายชาร์จแบบ microUSB, Small Talk แบบ microUSB, สายต่อคอมพิวเตอร์, ซีดีโปรแกรม, คู่มือ, ใบรับประกัน



ดูสไตลัสชัดๆ มันค่อนข้างเล็กไปซะหน่อย



พออยู่ในมือรู้สึกว่าก็จับถนัดอยู่ครับ



มีกล้องด้านหน้าด้วย แต่สงสัยจะไม่ได้ใช้เพราะบ้านเราไม่เปิดบริการ video call ซักที ปุ่มด้านหน้ามีข้อตินิดหนึ่งคือไม่มีปุ่มกดสี่ทิศ ไอ้ตรงข้างล่างปุ่มเดียวนั้นเป็นแค่ปุ่มเดียวจริงๆ ครับ ใช้ขยับเป็น Touch Pad แบบ Omnia I ก็ไม่ได้


นอกจากนี้แล้วก็พอถูไถ แบตเตอรี่นี้ใช้งานได้ไม่ต้องกังวลเท่าไหร่ เท่าที่ลอง 2-3 วันแบบสบายๆ ถ้าไม่ได้คุยหูดับอะไร


ไว้ว่างๆ (ไม่รู้จะว่างเมื่อไหร่) จะมาเล่าประสบการณ์เพิ่มเติมกับตัวเครื่องและ Windows Mobile 6.5 ดูครับ

วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 01, 2009

Surgical Mask ให้ผลไม่แตกต่างจาก N95 ในการป้องกัน Influenza

เรื่องของการป้องกัน Influenza หรือไวรัสไข้หวัดใหญ่ในบุคลากรสาธารณสุข นั้นเป็นที่ถกเถียงกันมานานแล้ว (และยังอาจถกเถียงกันต่อไป) วันนี้ ผลการวิจัยฉบับหนึ่งที่ลงใน JAMA (Journal of American Medical Association) อาจเปลี่ยนแปลงหลักการนี้ไปครับ

ทีมวิจัยนำโดย Mark Loeb จาก McMaster University ทำการศึกษาอัตราการติดเชื้อ (Lab-confirmed by PCR หรือ 4-fold rise in Hemagglutinin) โดยแบ่งพยาบาลที่ทำหน้าที่ประจำห้องฉุกเฉิน, หอผู้ป่วยอายุรกรรม หรือหอผู้ป่วยกุมารในโรงพยาบาลระดับ tertiary care ใน Ontario เป็นส่องกลุ่มด้วยวิธีสุ่ม กลุ่มหนึ่งให้ใช้ N95 (mask ที่มี filter ป้องกันเชื้อโรคพิเศษ สามารถกรองวัณโรคได้) อีกกลุ่มใช้ Surgical Mask ธรรมดา (mask ผ้านั่นแหละ) ในช่วงปี 2008-2009 ทีผ่านมา และวิเคราะห์ด้วยวิธีการแบบ non-inferiority (พยายามพิสูจน์ว่ามันไม่แตกต่างกัน)

ผลการวิจัยพบว่าในพยาบาล 225 คนที่ใช้ surgical mask ธรรมดานั้นเกิดการติดเชื้อ 50 ราย (23.6%) ไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ใช้ N95 ที่เกิด 48 ราย (22.9%) โดยมี absolute risk difference = -0.73% (95%CI -8.8% - 7.3%; P=.86) ผู้ทำการวิจัยสรุปว่า การใช้ surgical mask นั้นไม่แตกต่างจาก N95 ในการป้องกัน lab-confirmed influenza

ใครสนใจอ่านในรายละเอียด ผมแนะนำให้อ่านครับ
Paper ตัวจริง: http://jama.ama-assn.org/cgi/content/full/2009.1466v1?papetoc
Editorial: http://jama.ama-assn.org/cgi/content/full/2009.1494v1?papetoc

วันพุธ, กันยายน 30, 2009

ไปงาน Windows 7 Blogger Day

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจาก @markpeak ให้ไปฟังงานมีตติ้งของไมโครซอฟท์กับ Blogger ที่เกี่ยวกับวินโดวส์ตัวใหม่ (Windows 7) โดยทางไมโครซอฟท์ได้ให้ชื่อว่า Windows 7 Blogger Day ครับ

จริงๆ แล้วบริษัทไอทียุคใหม่ในช่วงหลังๆ นั้นมีแนวโน้มที่จะเจาะตลาดกลุ่มนี้ค่อนข้างมาก อย่างคราวที่แล้วก็เคยไปงาน Intel Blogger Day มาเหมือนกัน (อืม ชื่อเหมือนกันเลยแฮะ) โดยตอนนั้นเป็นกลุ่มเล็กๆ ดูเทคโนโลยีโปรเซสเซอร์ของอินเทลที่ใช้ในเครื่องต่างๆ และโน้ตบุ๊ค แต่คราวนี้มาเป็นซอฟท์แวร์ของไมโครซอฟท์ครับ

งานจัดขึ้นที่สำนักงานไมโครซอฟท์ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ก็เลยตอบตกลง @markpeak ไป จากบ้านผมไปก็แค่ 20 นาทีเอง (ใกล้กว่าบ้านไปรพ.รามา ที่ทำงานซะอีก -_-" อยากมีที่ทำงานใกล้ๆ บ้านบ้างแฮะ) รถไม่ติดครับ



สิ่งที่พูดถึงในงานนั้นเป็นความสามารถใหม่ๆ ของวินโดวส์ 7 ไม่ว่าจะเป็น Virtual PC, PowerShell, GUI ใหม่ ของวินโดวส์ นอกจากนี้แล้วทางไมโครซอฟท์ก็ยังโชว์เทคโนโลยี Touch ที่มีใหม่ใน Windows 7 ด้วย (ผมไปลองมาแล้วแหละ พบว่าจอมันก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรดีซักเท่าไหร่ อารมณ์เดียวกับเกมจิ้มจอที่มีอยู่ดาษดื่นตามห้างซะมากกว่า.. ไม่ให้ความรู้สึก touch ซะเท่าไหร่เลย หรือเป็นเพราะเครื่องที่เอามาแสดงมันช้าหรือเปล่าก็ไม่รู้) นอกจากนี้ที่ผมสังเกตเห็นคือบล็อกเกอร์ส่วนใหญ่ที่มานั้นใช้ Lenovo Thinkpad (มีเป็นสิบๆ เครื่องเลยแหละ)! (มีคนใช้แมคอยู่ประปราย) ส่วนคนใช้ Dell แบบผมนั้นมีสองสามคนเองมั้ง

หลังจากจบงาน วันถัดมาก็เลยได้ฤกษ์ลง วินโดวส์ 7 ที่เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเสียเลย โดยที่ลงนั้นผมอัพเกรดจาก Vista 32 Bit -> 7 32 Bit ครับเนื่องจากว่าขี้เกียจลงโปรแกรมทั้งหมดใหม่ โดยเพียงแค่ใส่ DVD ลงไปในเครื่องแล้วก็ลงตามปกติ ก็พบว่าเมื่อผ่านไปประมาณ 2-3 ชั่วโมงระบบก็พร้อมใช้ทีเดียว เท่าที่สังเกตสิ่งที่เสียเวลามากที่สุดคือการคัดลอกไฟล์โปรแกรมต่างๆ ครับ

โปรแกรมทั้งหมดของผมนั้นย้ายมาอยู่บนวินโดวส์ 7 ได้ง่ายๆ เลยครับ แทบไม่ต้องลงอะไรใหม่เสียเท่าไหร่ ยกเว้นไดรเวอร์บางตัว นอกจากนี้พบว่าอุปกรณ์ส่วนใหญ่ของผมทำงานได้ดีกับวินโดวส์ 7 ครับ

อย่างไรก็ดีหลังจากใช้งานมาได้สักพัก ผมก็รู้สึกว่าวินโดวส์ 7 นั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรเท่าไหร่จาก Vista โดยสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นมักจะเป็นพวกกราฟฟิคที่ดูเท่ขึ้น วืบไปวืบมา เสียมากกว่าที่จะเป็นฟังก์ชันที่ได้ประโยชน์จริงๆ นอกจากนี้ผมรู้สึกไม่ชอบ Task Bar อันใหม่ที่ไอคอนใหญ่ ต้องปรับมาให้เป็นไอคอนเล็กๆ และมีข้อความ (ผมว่าเวลาสับเปลี่ยนโปรแกรมมานั่งคลิีกไอคอนเล็กๆ นี่มันลำบากนะ

คงต้องลองใช้ไปอีกซักพักกระมัง กว่าจะชิน

วันจันทร์, กันยายน 14, 2009

Som tam



วันอาทิตย์, กันยายน 06, 2009

Bloody tears

หากยังจำกันได้ เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวออกมาว่า พบเด็กประหลาดร้องไห้น้ำตาเป็นเลือดโดยที่ไม่ทราบสาเหตุและแพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นอะไรกันแน่.. ใครไม่ได้ดูข่าวลองดูวิดีโอข้างล่างนี้



พอดีวันนี้อ่านบล็อกของ BMJ Case Report ได้พูดถึงเปเปอร์นึงที่รายงานเคสดังกล่าว ซึ่งก็คือ Ho VH, Wilson MW, Linder JS, Fleming JC, Haik BG. Bloody tears of unknown cause: case series and review of the literature. Ophthal Plast Reconstr Surg. 2004 Nov ;20(6):442-447. ซึ่งได้รายงานเคสแบบเดียวกันนี้เป็นจำนวนสี่เคส และสรุปได้ว่า

โรคดังกล่าวนี้เป็นโรคที่พบมาตั้งแต่สมัยปี 1500s แล้ว โดยเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไรกันแน่ ส่วนใหญ่ที่จะต้องทำคือแยกโรคที่ร้ายแรง หรือรักษาได้ง่ายออกก่อน ซึ่งได้แก่
  • Epistaxis (เลือดกำเดาไหล) ซึ่งอาจไหลท้นกลับไปยังท่อน้ำตา
  • โรคของ Conjunctiva, Eyelid, Nasolacrimal Ducts เช่น อาจเป็น mass ที่ nasolacrimal sac, หรือพวกโรคที่เป็น inflammation/infection เช่น conjunctivitis, granuloma pyogenicum, โรคที่เป็น vascular malformation เช่น Rendu-Osler-Weber syndrome (Hereditary Hemorrhagic Telangiectasia), hemangioma ต่างๆ
  • โรคของ lacrimal gland เช่น tumor
  • Bleeding จากยา เช่น Silver nitrate, IV acetylcholine, anticoagulants
  • Bleeding disorders เช่น hemophilia, Factor VII deficiency, Jaundiced-associated coagulopathy
  • Malingering (แกล้งทำ)
  • Trauma
  • Undetermined
สำหรับการ Management นั้นส่วนใหญ่แนะนำว่าหากไม่ได้เป็นโรคที่รุนแรงมากนั้นก็เพียงแค่ให้สังเกตอาการและให้กำลังใจผู้ป่วยเพียงเท่านั้นครับ (เคสที่เขาเจอทั้ง 4 เคสในเปเปอร์นั้นพบว่าหายเองโดยไม่ได้เกิดโรคอะไรตามมาครับ)

วันศุกร์, กันยายน 04, 2009

ไม่น่าเชื่อกับ Excel 2007

วันนี้จัดตารางอยู่เวร พอดีตารางเก่าก็เปิดอยู่ด้วยแต่จะสร้างไฟล์ใหม่ให้กับตารางใหม่ ก็ค้นพบว่า Excel นั้นไม่สามารถเปิดไฟล์ชื่อเดียวกันได้แม้กระทั่งอยู่คนละโฟลเดอร์ (แม้ว่าจะคนละนามสกุลก็ตามด้วย)!



เท่าที่ลองกับโปรแกรมอื่นใน MS Office ก็ไม่เป็น OpenOffice.org ก็ไม่เป็น ทำไม Excel ถึงได้เก่าคร่ำครึขนาดนี้เนี่ย (สงสัยอาจทำไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คีย์ผิดไฟล์?... แต่โปรแกรมอื่นก็ทำได้นะ) ประหลาดดีแท้