สรุปทริปยุโรปใต้ กค 2560

ช่วงต้นเดือนก.ค. ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปนำเสนองานวิจัยที่สเปนครับ และประกอบกับที่บ้านอยากจะไปเที่ยวยุโรปกัน ผมเลยถือโอกาสลางานต่อและไปเที่ยวหลังจากนำเสนองานวิจัยเสร็จสิ้นแล้วครับ ก็อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ที่ได้ไปเปิดหูเปิดตากับยุโรปใต้ในครั้งนี้ครับ

ก่อนไป สิ่งแรกที่จะต้องเตรียมก่อนไปเลยคือการวางแผนการเที่ยว จองเที่ยวบิน โรงแรม และทำวีซ่าครับ เนื่องจากผมจะต้องไปนำเสนอที่เมือง Vigo ประเทศสเปนและประชุมเป็นเวลาประมาณสี่วัน และจะเที่ยวกับที่บ้านต่อด้วย เราเลยวางแผนกันว่าเที่ยวกับที่บ้านจะเริ่มจากโปรตุเกส แล้วลัดเลาะมาตามแนวทะเลเมดิเตอรเรเนียน ผ่านสเปน ฝรั่งเศสตอนใต้ โมนาโค และจบที่อิตาลีครับ





การจองเที่ยวบินกับโรงแรมนั้นไม่ยากเท่าไหร่ครับ ส่วนของที่จะไปเที่ยวกับที่บ้านนั้นที่บ้านผมจองผ่าน booking.com กันโดยคุณพ่อเป็นคนช่วยเลือก และของที่ไปประชุมนั้นพักที่โรงแรมที่ทางผู้จัดการประชุมแนะนำซึ่งจริงๆ ก็มีไม่กี่แห่งในเมือง Vigo อยู่แล้วเพราะเป็นเมืองไม่ใหญ่มากครับ

การหาเครื่องบินเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของการไปสเปนครับเพราะไม่มี Direct Flight ไปลงสเปนหรือโปรตุเกสเลยครับ ได้ยินว่าการบินไทยเคยมีแต่เลิกไปแล้ว พวกเราเลยจำเป็นจะต้องเลือกสายการบินที่ต่อเครื่องครับ โดยเราเลือก Emirates เพราะนั่งไม่นานมากจนเกินไปครับ จริงๆ มีพวก Lufthansa / British Airway ไรงี้ด้วยที่ต่อเครื่องที่ Frankfurt / London แต่มันอ้อม นั่งนานเลยไม่เลือกครับ นั่ง Emirates พักที่ดูไบนี่ก็เหมือนได้พักครึ่งยกครับ

สำหรับการทำวีซ่าสเปนนั้นเราต้องทำผ่านตัวแทน BLS ครับ โดยเข้าไปหารายละเอียดได้ที่ https://thailand.blsspainvisa.com/ วีซ่าที่ได้จะเป็นวีซ่าสหภาพยุโรป (เชงเก้น) โดยทั้งทริปนี้ประเทศที่ไปอยู่ในเครือทั้งหมดเลยไม่ต้องขอที่อื่นอีกครับ

ใครจะไปขอวีซ่าสเปนต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ หน่อยนะครับ นี่ผมขอในช่วง 4 สัปดาห์ก่อนจะไปยังได้เกือบๆ วันจะไปอย่างหวุดหวิด ทางเจ้าหน้าที่แนะนำว่าจะต้องมีเวลาที่รอ 15 วันทำการ นั่นหมายความว่า 3 อาทิตย์เป็นอย่างน้อยครับ (ดองมากๆ) แต่ขั้นตอนทำไม่ค่อยยุ่งยากและคนน้อยกว่าการทำวีซ่าอังกฤษครับ (คนไปเที่ยวน้อยด้วยล่ะมั้งผมว่า) อีกอย่างหนึ่งคือจะต้องมีใบรับรองสถานภาพการเงิน และใบแสดงรายการบัญชี สองอย่างนี้ขอได้ที่ธนาคารทั้งคู่ ใช้ตัวจริงทั้งสองใบนะครับ ดีอย่างคือที่ BLS ถ้าเราลืมอะไรมาเขาบอกให้กลับบ้านไปเอามายื่นได้ภายในวันนั้นครับ สิ่งที่ตลกอีกอย่างคือมันจะมีวันที่ผมมีที่พักซ้อนกัน (คือที่บ้านไปเหลื่อมกันกับการประชุมหนึ่งวัน ผมเลยมีชื่อในการจองห้องสองห้อง) ผมก็ยังจะต้องเขียนเหตุผลด้วยว่าทำไมคนเดียวถึงพักสองที่ จุกจิกทีเดียวครับ แต่วีซ่าก็ผ่านไม่มีปัญหาอะไรทั้งของตัวผมและเพื่อนร่วมทริปครับ

การวางแพลนทริปเที่ยวครั้งนี้เราวางแผนจะใช้รถไฟกันเป็นหลักครับ (ผมก็ชอบนั่งรถไฟอยู่แล้วด้วย ไม่ค่อยชอบนั่งเครื่องบิน) โดยผมจะไปลงที่มาดริดเมืองหลวงของสเปนก่อน หลังจากนั้นก่อนการประชุมว่างวันหนึ่งก็จะไปเที่ยวเมืองใกล้ๆ มาดริดที่ชื่อว่า Salamanca กันก่อน ค้างหนึ่งคืนแล้วค่อยนั่งรถไฟไปเมือง Vigo ในช่วงที่อยู่ Vigo บางวันที่มีประชุมแค่ครึ่งวันก็จะไปเที่ยวเมืองใกล้ๆ ซึ่งก็คือ Sandiago de Compostela กันครับ หลังจากประชุมเสร็จ ผมก็จะนั่งรถไฟจาก Vigo มาพบกับที่บ้านที่ไปรออยู่ที่ Lisbon ประเทศโปรตุเกส แล้วก็จะเที่ยวมาตามแนวที่วางแผนไว้ครับ

หลังจากลองกดรอบรถไฟคร่าวๆ ดูแล้วผมพบว่าสิ่งที่จะมีปัญหาคือการเดินทางจาก Lisbon มายังสเปน ซึ่งมีรอบรถไฟน้อยมากๆ และกินเวลานาน ถ้าดูจากแผนที่รถไฟความเร็วสูงเราจะพบว่าโปรตุเกสมาสเปนนั้นไม่มีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเลย ทำให้ผมจำเป็นจะต้องเปลี่ยนใจเป็นนั่งเครื่องบินจาก Lisbon มายังมาดริด แล้วค่อยนั่งรถไฟต่อแทนครับ

แผนที่รถไฟความเร็วสูงในยุโรปจาก Wikipedia สีม่วงเร็วสุด 300 km/h รองลงมาสีแดง สีน้ำตาล และสีเหลือง 200 km/h สีเทาคือต่ำกว่า 200 และเส้นประคือยังสร้างอยู่ครับ

เราวางแผนกันว่าจากมาดริด จะนั่งรถไฟไปเที่ยวบาร์เซโลนาซึ่งเป็นเมืองฝั่งตะวันออกของสเปน หลังจากนั้นจะนั่งรถไฟจากบาร์เซโลนาไปที่โมนาโค เนื่องจากคุณพ่ออยากไปลองนอนค้างที่โมนาโคซักคืนนึง แล้วค่อยไปต่อที่มิลานและโรมครับ อย่างไรก็ดี หลังจากหารอบรถไฟแล้วพบว่าการนั่งรถไฟจากบาร์เซโลนานั้นต้องต่อรถไฟในฝรั่งเศสอีกหลายต่อ ไม่มีรถไฟตรง ทั้งนี้ผมกลัวว่าจะตกรถไฟหากรถไฟดีเลย์ จึงยอมค้างหนึ่งคืนในเมือง Marseille ฝรั่งเศสก่อนนั่งรถไฟต่อไปโมนาโคครับ

เนื่องจากต้องนั่งรถไฟหลายสาย และมีความเสี่ยงที่จะตกรถไฟและทำให้ทริปมั่วได้ ผมเลยไม่เลือกที่จะใช้พาส (เพราะพาสไม่สามารถจองรอบรถไฟล่วงหน้าได้) เลยใช้วิธีซื้อตั๋วรถไฟเป็นรอบๆ ไปครับ ทั้งนี้ผมพบว่าตั๋วรถไฟของสเปนซึ่งผู้ให้บริการคือ Renfe เว็บภาษาอังกฤษล่มบ่อยมาก แต่ถ้าพอเดาภาษาสเปนออก (ซึ่งไม่ยาก) ใช้เว็บภาษาสเปนก็จองได้ตามปกติ และปริ้นตั๋วออกมาก่อนไปได้ ของโปรตุเกสเว็บรถไฟ CP ค่อนข้างดี มีภาษาอังกฤษจองไม่ลำบากครับ แต่ของฝรั่งเศสของบริษัท SNCF นี่ยุ่งยากมากเพราะถึงจะจองได้แต่เขาไม่ให้เราปริ้นตั๋วเป็นกระดาษเองที่บ้าน ต้องใช้วิธีส่งตั๋วรถไฟมาที่บ้านหรือไปรับที่ตู้อัตโนมัติที่สถานีรถไฟซึ่งต้องใช้บัตรเครดิตที่จองและบัตรเครดิตนั้นจะต้องมีรหัส PIN ด้วย ซึ่งบัตรของประเทศไทยไม่มีใครมีรหัส PIN เลยครับ รถไฟที่ต้องใช้ของฝรั่งเศสมีสองรอบคือจาก Marseille ไปโมนาโค และจากโมนาโคไปมิลานครับ รอบแรกที่ผมใช้ผมกดผิดให้ไปรับที่ตู้ที่ต้องใช้ PIN เลยเมลไปถามเขาบอกต้อง Refund ลูกเดียว ผมขี้เกียจเถียงเลยรอไปถามที่สถานี ส่วนกดรอบหลังผมให้ส่งมาที่บ้านครับ ปรากฎว่าผ่านเป็นเดือนจนถึงวันไปตั๋วมันยังไม่ส่งมาเลย เมลไปถามก็ตอบช้ามากๆ ครับ บริการไม่ค่อยดีเลยครับ จนสุดท้ายผมลองกดที่สถานีในฝรั่งเศสก็ปรากฏว่าไม่ต้องใช้ PIN ของบัตรก็เอาตั๋วได้ครับ แต่ของที่ส่งมาที่บ้านทำยังไงก็พิมพ์ให้ไม่ได้ครับทำให้ในที่สุดต้องจองใหม่ (แต่ก็มีเหตุการณ์ทำให้ไปจองรถไฟเอกชนแทน) ส่วนตั๋วรถไฟในอิตาลีผมต้องการลองรถไฟความเร็วสูงของเอกชนของบริษัท italo ซึ่งวิ่งจากมิลานไปโรม ก็จองผ่านเว็บและพิมพ์ออกมาได้ปกติครับ (แต่จริงๆ เขาไม่ใช้ที่พิมพ์เลย ใช้แค่เลข Booking แบบเราขึ้นเครื่องบินเท่านั้น อันนี้ขอชมเลยครับบริการดีมากๆ) โดยรถไฟทั้งหมดผมจองเป็นชั้น 1 เพราะไม่อยากให้ที่บ้านต้องไปเที่ยวแบบเบียดๆ ครับ (ดูหรูแต่จริงๆ รถไฟชั้น 1 กับชั้น 2 ในยุโรปนี่ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่หรอครับ แค่ที่นั่งกว้างกว่าหน่อย)

ช่วงที่ไปค่อนข้างโชคดีที่อากาศค่อนข้างดี (จริงๆ คือร้อน) และอยู่ในช่วงหน้าร้อนซึ่งยุโรปมีช่วงเวลากลางวันยาวนานกว่าปกติ พระอาทิตย์ขึ้นหกโมงแต่ตกสามสี่ทุ่ม เลยทำให้เราได้เที่ยวนานกว่าปกติด้วยครับ

ผมขอสรุปทริปก่อนนะครับ อาจจะตามมาเขียนแยกในภายหลังถ้าว่าง

วันแรก 7/7/17 (MADRID - SALAMANCA)
  • เครื่องลงที่มาดริดตอนเช้า
  • นั่งรถไฟจากมาดริด สถานี Madrid Chamartin ไปเมือง Salamanca (มาดริด มีสองสถานีรถไฟหลักนะครับ คือ Chamartin เป็นรถไฟไปทางเหนือและตะวันตกซึ่งรวม Vigo, Salamanca, ส่วนอีกสถานี Atocha เป็นสถานีอยู่ตอนใต้ของเมืองเป็นรถไฟไปเมืองที่อยู่ใต้และตะวันออกแบบบาร์เซโลนา ทั้งสองสถานีมีรถไฟใต้ดิน และรถไฟธรรมดาที่เรียกว่า Cercanias เชื่อม เดินทางไม่ลำบาก)
  • เที่ยวภายในเมือง Salamanca
  • พักโรงแรม Room Mate Vega Hotel เมือง Salamanca
วันที่สอง 8/7/17 (SALAMANCA - ZAMORA - VIGO)
  • เที่ยวโบสถ์ Salamanca
  • นั่งรถบัสไปเมือง Zamora ข้างๆเพื่อต่อรถไฟจาก Zamora ไปเมือง Vigo เนื่องจากรถไฟไป Vigo มีแค่สองรอบต่อวัน ต้นทางอยู่ที่มาดริด และผ่านแค่มาดริดกับ Zamora โผล่อีกที่ก็ใกล้ๆ Vigo เลยต้องไปขึ้นตรง Zamora ครับ
  • พยายามหาที่เที่ยวใน Zamora แต่พบว่าเป็นเมืองเล็กๆ ไม่มีอะไรให้ทำเลย แถมเป็นวันหยุดร้านค้าก็ปิดเป็นส่วนใหญ่ คนสเปนพักยาวนานครับ ร้านค้าปิดพักเที่ยงด้วยอีกต่างหาก
  • นั่งรถไฟยิงยาวถึงเมือง Vigo กว่าห้าชั่วโมง (ไม่มีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมมาดริดกับแถวๆ Vigo เลยครับ) ขนของเข้าพักโรงแรม Hotel Zenit Vigo
วันที่สาม 9/7/17 (VIGO)
  • ประชุมวิชาการที่เมือง Vigo
วันที่สี่ 10/7/17 (VIGO)
  • นำเสนองานวิจัยที่เมือง Vigo
วันที่ห้า 11/7/17 (VIGO)
  • ประชุมครึ่งวันเช้าที่ Vigo
  • ครึ่งวันบ่ายไม่มีหัวข้อประชุม เลยนั่งรถไฟไปเที่ยวที่ซานเตียโกเดกอมโปสเตลา (Santiago de Compostela) เมืองข้างๆ กันครับ มีรถไฟความเร็วสูงด้วย ชั่วโมงเดียวถึง
  • เที่ยวโบสถ์แถวนั้น
  • กลับเข้าพักโรงแรมที่ Vigo
วันที่หก 12/7/17  (VIGO)
  • ประชุมที่เมือง Vigo
  • ตอนเย็นไปกินข้าวที่ร้าน Maruja Limón ซึ่งเป็นร้านเดียวในเมือง Vigo ที่ได้ดาวมิชลินหนึ่งดาว
วันที่เจ็ด 13/7/17 (VIGO - PORTO - LISBOA)
  • แยกกับอาจารย์ท่านอื่นที่มานำเสนองานด้วย ผมนั่งรถไฟจากเมือง Vigo ไปเปลี่ยนรถที่เมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส ฝากของใกล้สถานี
  • ไปชมสถานีรถไฟที่สวยที่สุดในโลกที่ปอร์โต สถานี Sao Bento
  • ไปดูวิวเมืองปอร์โตจากบนสะพาน Dom Luís I และกระเช้า
  • ไปเข้าชมการผลิตไวน์ และชิมไวน์ที่โรงไวน์ Port ที่ชื่อ Graham's ใครจะไปอย่าลืมจองก่อนผ่านเว็บนะครับ ตอนไปชิมมีให้เลือกหลายเมนูครับ (ไม่ฟรีนะ) ตอนแรกผมคิดว่าคนอื่นๆ คงชิมแบบดีๆ ปรากฎฝรั่งที่ไปกันชิมแต่ไวน์บ้านๆ มีผมชิมแบบ 30 ยูโรอยู่คนเดียว ได้ไวน์สามแก้ว แต่ขอบอกว่าอร่อยมากกกกกกกกก รสชาติดีสุดๆ ไม่เคยกินไวน์อร่อยแบบนี้มาก่อนครับ (แต่ดันชิมเยอะไป เมา)
  • กลับมานั่งกินอาหารว่างที่คาเฟ่แถวในเมืองปอร์โต
  • นั่งรถไฟความเร็วสูงจากปอร์โต ไปลิสบอน
  • เจอกับที่บ้านที่โรงแรม Hotel Real Palacio ในลิสบอน
วันที่แปด 14/7/17 (LISBOA - MADRID)
  • ช่วงเช้า นั่งรถตุ๊กๆ เที่ยวรอบเมืองลิสบอน ไปชมวิวรอบๆ เมือง
  • ตอนบ่ายนั่งเครื่องบินจากลิสบอน ไปมาดริด ประเทศสเปน
  • พบว่าที่มาดริดกำลังมี Heat Wave อากาศร้อนมากเกือบ 40 องศา
  • นั่งรถไฟเข้าเมือง เข้าพักที่ Holiday Inn Madrid - Bernabeu กินข้าวแถวโรงแรม
วันที่เก้า 15/7/17 (MADRID - BARCELONA)
  • เช้า ทัวร์สนามฟุตบอล Santiago Bernabeu ของทีม Real Madrid
  • บ่าย นั่งรถไฟความเร็วสูงจากสถานี Madrid Atocha ไปเมืองบาร์เซโลนา (แป๊บเดียวเอง สองชั่วโมงถึง)
  • เข้าพักที่ Hotel Expo Barcelona
วันที่สิบ 16/7/17 (BARCELONA)
  • ไปชมวิหารที่กำลังก่อสร้าง La Sagrada Familia ซึ่งดันไม่ได้จองมาอีก ต้องซื้อทัวร์แถวๆ หน้าวิหารเอา เพราะตั๋ววันนั้นเต็มราคาแพงกว่าปกติเลย
  • นั่งรถบัสชมรอบเมืองบาร์เซโลนา
  • เดินเล่นที่ชายหาดของบาร์เซโลนา
วันที่สิบเอ็ด 17/7/17 (BARCELONA - MARSEILLE)
  • วิ่งออกกำลังกายตอนเช้าพร้อมดูวิวบนเขา Montjuïc ที่สามารถเห็นเมืองบาร์เซโลนาได้ทั้งเมืองเลย
  • สายๆ ไปเข้าดู Barcelona Museum of Contemporary Art
  • เย็น นั่งรถไฟจากบาร์เซโลนา ข้ามประเทศไปลงที่เมือง Marseille ฝรั่งเศส รถไฟช่วงระหว่างบาร์เซโลนาและเปอร์ปิยองของฝรั่งเศสที่ใกล้ๆ กันเป็นความเร็วสูงครับ แต่พอในเขตฝรั่งเศสแล้ววิ่งด้วยความเร็วธรรมดาเพราะยังสร้างรางที่เป็นความเร็วสูงไม่เสร็จ (ทางรถไฟในยุโรปเป็นแบบเดียวกัน ขนาดรางเท่ากัน รถคันเดียวกันสามารถวิ่งตรงไหนก็ได้ เปรียบเสมือนรถวิ่งบนทางด่วนกับรถวิ่งทางธรรมดา)
วันที่สิบสอง 18/7/17 (MARSEILLE - NICE - MONACO)
  • นั่งรถไฟจาก Marseille ไปลง Nice
  • นั่งรถไฟจาก Nice ไปลงโมนาโคครับ ซึ่งตรงนี้เป็นรถไฟท้องถิ่น คนเยอะมาก และคุณพ่อโดนล้วงกระเป๋าตังค์ แต่จับคนล้วงได้ก่อนจะล้วงสำเร็จแต่ก็ปล่อยไปเพราะไม่มีหลักฐานอะไร
  • เข้าพักที่ Hotel Ambassador Monaco
  • ชม Prince's Palace of Monaco
  • เดินไปกินข้าวที่ L'Horizon โรงแรมแฟร์มงต์
  • ขากลับแวะถ่ายรูปที่คาสิโนของโมนาโค
วันที่สิบสาม 19/7/17 (MONACO - MILAN)
  • เช้าวิ่งจ๊อกกิ้งรอบโมนาโค
  • กลับมาเดินเล่นแถวโรงแรม ช็อปปิ้งนิดหน่อย
  • บ่ายนั่งรถไฟจากโมนาโค ไปมิลาน (สถานี Milano Centrale) โดยเปลี่ยนแผนจากการนั่งรถไฟท้องถิ่นมานั่งรถไฟแบบจองแทนครับ ใช้รถไฟเอกชน Thello ซึ่งมีที่นั่งเฉพาะครับ
  • เช็คอินโรงแรม Michelangelo หน้าสถานีเลย
  • เย็นไปเดินเล่นแถวมหาวิหารมิลานครับ
  • กินพิซซ่าในเมืองมิลาน ร้าน Pizzeria di Porta Garibaldi อร่อยมาก
วันที่สิบสี่ 20/7/17 (MILAN - ROME)
  • เช้า ขึ้นไปบนหลังคาของมหาวิหารมิลาน ถ่ายรูป
  • บ่าย นั่งรถไฟจากมิลานไปโรม โดยนั่งรถไฟเอกชน italo ชั้นหนึ่งครับ บริการดีมากๆ
  • เข้าพักที่โรงแรม Hotel Flower Garden หน้าสถานีอีกเช่นเคย โรงแรมน่าจะเป็นของคนจีน เพราะเจ้าหน้าที่มีคนจีนอยู่หลายคนเลย
  • เย็น ไปเดินรอบๆ โคลอสเซียม และไปชมน้ำพุเทรวี่
  • กินพิซซ่าแถวน้ำพุเทรวี่
วันที่สิบห้า 21/7/17 (ROME)
  • เช้า เข้าชมโคลอสเซียม
  • บ่าย ช็อปปิ้งแถวน้ำพุเทรวี่ กินอาหารกลางวันทีร้าน Life เนื้อกับเห็ดทรัฟเฟิลและไก่อร่อยมากๆ ครับ
  • เย็น เข้าชมพิพิธภัณฑ์วาติกันโดยมีทัวร์ไกด์ครับ โชคดีที่ช่วงที่ไปพิพิธ์ภัณฑ์เปิดรอบกลางคืนด้วย เลยได้เดินชมเย็นๆ ไม่ร้อน
วันที่สิบหก 22/7/17 (ROME - BKK)
  • นั่งรถแทกซี่ไปสนามบิน Rome Fiumicino กลับบ้านครับ (Emirates แวะดูไบ)

ก็นับว่าเป็นทริปที่ยาวอีกทริปหนึ่งของผมและที่บ้านครับ แล้วก็เป็นทริปรถไฟที่ยาวที่สุดของผมด้วย สนุกมากๆ ครับ ชอบสเปนขึ้นมาเลยทีเดียว อาหารการกินโอเคเลยถึงจะไม่อร่อยมากแต่ก็ไม่เบื่อ มีผลไม้ราคาถูกอย่างลูกพีชให้กินทุกหัวมุมถนน แล้วก็รู้สึกว่าอยู่เที่ยวที่ปอร์โตสั้นไปหน่อย ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับไปเที่ยวทั้งบาร์เซโลนา และปอร์โตอีกครั้งครับ :D

Leave a Reply

ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยครับ

Please leave a comment.

Profile

My photo

An Ear, Nose, and Throat (ENT) surgeon, an epidemiologist, and just a guy who loves technology.
(c) Copyright 2015 Pawin Numthavaj. Powered by Blogger.