รีวิว WD TV Live

วันนี้มีโอกาสไปเดินงาน Commart X-Gen 2010 มาครับ ส่วนตัวผมเล็งๆ เครื่องเล่นที่สามารถเล่นไฟล์วิดีโอสำหรับ High-Definition TV อยู่แล้วเนื่องจากเครื่องโน้ตบุ๊คที่ใช้อยู่ต่อออกจอเพียง 21 นิ้วมันดูหนังไม่สมใจ นอกจากนี้เมื่อเร็วๆ นี้คุณพ่อก็ได้ซื้อ LCD TV ตัวใหม่มานั่งดูบอลจากยูบีซีธรรมดา (ซึ่งความละเอียดไม่ได้เรื่อง) ก็เลยคิดว่าลองซื้อเครื่องเล่นมาใช้ดูดีกว่า

ตัวเลือกที่ตัดสินใจเบื้องต้นคืออาจซื้อเป็นเครื่องเล่น HD ที่ขายๆ กันอยู่ (และสอยมาแล้ว) แล้วก็พวกเกมคอนโซลอย่างเช่น Playstation 3 ที่สามารถเล่น Blu-ray ได้ด้วย หรือไม่ก็ซื้อโน้ตบุ๊คมาเล่นมันซะเลย แต่ในที่สุดก็เลือกเจ้าเครื่องเล่น HD แทนเนื่องจาก

  • Playstation3 เล่นแต่ Blu-ray ได้อย่างเดียวดาวน์โหลดอะไรใส่เข้าไปลำบาก แต่ข้อดีคือเล่นเกมได้
  • โน้ตบุ๊คเอามาเสียบนั้นเวลาคนอื่นที่ไม่ค่อยรู้เรื่องคอมพิวเตอร์มาใช้จะยุ่งยากเพราะต้องต่อสายหลายอันและกว่าจะบูตเครื่องเสร็จก็หมดอารมณ์ดูแล้ว นอกจากนี้ยังมีราคาแพงที่สุด (เพราะต้องรวมค่าซอฟต์แวร์ ฯลฯ อีกด้วย)
  • เครื่องเล่น HD ที่สามารถเสียบฮาร์ดดิสก์หรือไดรว์ USB ได้ ราคาถูกที่สุดในสามตัวเลือกนี้ แถมยังมีรีโมตอีกด้วย


หลังจากเลือกได้ว่าจะซื้อเครื่องเล่นแบบ HD ผมก็ลองมองๆ ดูว่ามียี่ห้ออะไรบ้าง สุดท้ายเนื่องด้วยความที่ไม่ค่อยไว้ใจยี่ห้อจีนๆ ก็เลยเหลือเพียงสองตัว ที่สามารถเล่นไฟล์ความละเอียด HD (1080p) ได้ รวมทั้งเสียบสาย LAN ให้เชื่อมกับคอมพิวเตอร์ที่บ้านได้อีก (เผือให้ที่บ้านลองรู้จัก YouTube กะเขาบ้าง) คือ

  • Seagate FreeAgent Theater + เพิ่งออก ดีตรงรูปทรงเท่กว่า เสียบฮาร์ดดิสก์ Seagate 2.5" แล้วดูเข้ากันมาก (แต่จริงๆ ก็แค่อาศัยต่อฮาร์ดดิสก์กับตัวเครื่องแบบ USB เหมือนเดิม เพียงแต่มีช่องให้ดูสวยขึ้น) ราคา 3,500
  • Western Digital TV Live ออกมาสักพักแล้ว ข้อดีคือมีเฟิร์มแวร์ที่สามารถแก้ไขได้ด้วย สนนราคาในงานคือ 4,200 (บางร้าน 4,550 แต่ผมซื้อมา 4,200)

หลังจากลองสัมผัสดูแล้วพบว่าเมนูของ Seagate นั้นห่วยเหมือนเครื่องเล่น DVD บ้านๆ สู้กับ WD TV Live ที่เมนูเท่ๆ อารมณ์ PS3 ไม่ได้เลย ก็เลยสอยมา พร้อมกับฮาร์ดดิสก์ WD 2.5" ขนาด 500 GB ราคา 2,470 บาท ไว้ให้ที่บ้านก็อบหนังลงไปง่ายๆ ได้ด้วยครับ

โฉมหน้าของกล่องเล่นไฟล์ราคา 4,200:


ข้างกล่องมีระบุไว้ชัดเจนว่าสามารถเล่นไฟล์อะไรได้บ้าง ที่ผมเล่นจริงๆ ก็คงเป็น AVI, MP4, MKV ที่ไส้ในเป็น DivX, XviD, h.264 ส่วนที่เหลือคงไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ ถือเป็นของแถม (จริงๆ ของ Seagate ก็เล่นได้เหมือนๆ กันเลยครับ):


เปิดกล่องออกมาก็เจอตัวเครื่อง และรีโมต


พร้อมทั้งสายที่แถมมา อแดปเตอร์เสียบไฟ และถ่านรีโมต


ตัวเครื่องขนาดแค่ฝ่ามือเอง มีแปะป้ายไว้ด้วยว่าไม่ควรเอามาซ้อนกับฮาร์ดดิสก์เพราะมันจะร้อน (แต่ตอนใช้จริงก็ไม่เห็นร้อนเท่าไหร่)


ช่องเสียบด้านหลังก็มีเสียบสายไฟ, USB, HDMI, Optical, LAN, AV out, Component


พลิกมาข้างๆ ก็เสียบ USB ได้อีกอัน และปุ่ม Reset


อีกข้างนึงไม่มีอะไรเป็นช่องระบายอากาศ


ด้านหน้าดูบึกๆ มีไฟแสดงสถานะต่างๆ สีขาวครับ


รีโมต ที่ผมว่าน่าจะมีปุ่มเฉพาะสำหรับการเลือกภาษาและ Subtitle ให้ เพราะต้องกดเข้าเมนูไปอีกหนึ่ง แต่เท่าที่ใช้ก็โอเค คลำแล้วกดถูกปุ่ม ไม่ต้องใช้ตามอง (พูดถึงรีโมต ผมว่ารีโมตทีวีของ Sony รุ่นใหม่นี่ดีมากตรงที่มีปุ่มเปิดปิดทีวีอยู่ข้างใต้รีโมตทำให้เปิดทีวีค่อนข้างสะดวก)


รวมของที่ให้มาทั้งหมด (สงสัยจะส่งไปขายสิงคโปร์ด้วยก็เลยมีตัวแปลงปลั๊กไฟเป็นแบบสามขา) อ้อ ไม่มีสาย HDMI นะครับ ต้องซื้อเอง (แต่ที่บ้านมีอยู่แล้วก็เลยไม่ได้ซื้อ -- ถ้าซื้อของ Seagate ในงานรู้สึกจะแถมสายนะ)


ลองวางเทียบเครื่องเล่น DVD เห็นว่าคนละเรื่องกันเลย


เดี๋ยวนี้ต้องเครื่องเล่นเล็กๆ บวกกับจอใหญ่ๆ


ตัวอย่างเมนูที่ดูดีกว่าของ Seagate


ส่วนการใช้งานนั้นเพิ่งเริ่มใช้ได้ไม่นานครับ เบื้องต้นพบว่า
  • อ่านไฟล์จากฮาร์ดดิสก์ได้เร็วดี เรียกดูชื่อไฟล์ไม่เกิน 3 วินาทีก็เปิดไฟล์ได้แล้ว
  • การเล่นไฟล์หนังแบบ Hi-Def (1080p) นั้นไม่กระตุกเลยเล่นได้ดีทีเดียว
  • Subtitle นั้นฟอนต์คมชัดสวยงามดีมาก ภาษาไทยก็ดูชัดเจนอ่านง่ายดี ปรับขนาดได้แต่ที่ตั้งมาจากโรงงานผมว่าก็โอเคดีแล้ว
  • เล่นไฟล์ได้แทบจะทุกแบบ (ยังไม่เจอไฟล์ไหนอ่านไม่ได้) คือลากไฟล์มาใส่ฮาร์ดดิสก์ไม่ต้องคิด ไม่ต้องแปลงไฟล์ ไม่ต้องจัดระเบียบโฟลเดอร์ เดี๋ยวมันก็ขึ้นชื่อได้เอง คิดว่าที่บ้านก็คงทำเองได้ถ้าผมไม่อยู่บ้าน
สรุปว่าการทำหน้าที่เป็นเครื่องเล่นนั้นใช้ได้ดีทีเดียวครับ คุ้มกับเงินที่จ่ายไป ส่วนเรื่องของฟังก์ชันที่อาศัย LAN เช่นการเล่น YouTube, การเล่นไฟล์ที่มีการแชร์บน Network นั้นยังไม่ได้ลองต่อดูเลยบอกไม่ได้ ไว้ลองใช้สักพัก ต่อแล้วจะเอามารีวิวเพิ่มอีกทีครับ

19 responses to “รีวิว WD TV Live

  1. GM

    review อย่างเร็วอ่ะ .. วันหลังเอามาลองเล่นที่ห้องพักแพทย์บ้างนะ ^^

  2. เจ๋งดีครับ

  3. DoRaePEET

    ผมกำลังอยากได้ PS3 ว่าจะสอยเดือนหน้านี้เลย ^^ แต่ค่าแผ่นนี่คงทำเอากรอบพอสมควร - -"

  4. นัท

    อ่านแล้วอยากได้มั่งครับ
    เดี๋ยวลง chief แล้วไปซื้อมามั่งดีกว่า

  5. แล้วเราจะไปเอาไฟล์หนัง HD มาจากไหนล่ะครับ

  6. Anonymous

    ไปเดินที่ไหนมาครับ ผมสอบราคายังอยู่ที่ 4,000 บาทเลยครับ
    อยากซื้อบ้างจังครับ

  7. รุ่นนี้มันเล่นไฟล์ ISO ได้หรือเปล่าครับ

  8. ไฟล์ ISO เล่นได้ครับ

  9. Anonymous

    พี่เอก้อไปสอยมาละ ตอนแรกลังเลกับอีกยี่ห้อนึง ดีนะซื้ออันนี้ เห็นรีวิวไว้ดีเชียว /mayki

  10. Anonymous

    ใครใช้ wd tv ตัวใหม่ขอเบอร์คุยหน่อย

  11. Anonymous

    ซื้อได้ที่ไหนราคาไมเกิน 4200 บาท ช่วยแนะนำร้านหน่อยครับ

  12. Anonymous

    รบกวนถามหน่อยครับ แล้ว ระบบเสียงล่ะครับ แล้ว ถ้าต่อกับ ลำโพง 5.1 ต้องทำไงครับ

  13. ส่วนตัวผมไม่เคยต่อกับลำโพง 5.1 ครับ แต่คิดว่าอาจต้องต่อผ่านช่อง Optical Out ครับ

  14. Anonymous

    ตอนนี้ราคาต่ำลงมาอีกหน่อยนึงแล้ว เหลือ 35xx อยากทราบว่ามัีนแสดง Subtitle ที่เป็นไฟล์แยกต่างหากจากไฟล์หนังได้หรือเปล่าครับ หมอวางยา
    นอนหลับให้คนไข้แล้วกรุณาตอบหน่อยนะ

  15. เท่าที่ลองๆ ก็ใช้ได้นะครับ Subtitle ที่ใช้กันทั่วๆ ไปนี่น่ะครับ

  16. Anonymous

    ขอบคุณครับหมอ คือซับไทยที่ผมว่านั้นมันไม่ได้ฝังมาในตัวหนัง ยกตัวอย่าง
    ใน 1 โฟลเดอร์จะประกอบด้วย
    1. ไฟล์ตัวหนัง Hi Def (นามสกุลอาจเป็น .mkv หรือ ฯลฯ)
    2. ไฟล์ซับไตเติลภาษาไทย เป็นไฟล์เล็ก ๆ จะมี 2 ไฟล์ ชื่อเดียวกันกับ ไฟล์หนัง แต่มีนามสกุลต่างกันคือ .sub และ .idx
    กำลังคิดจะซื้ออยู่ครับ แล้วก็มีแนวคิดคล้าย ๆ กับของหมอ ก็คือหวั่นๆ
    แบรนด์จีนที่มีชื่อแปลก ๆ เลยเข้ามาหาดูในเนต รีวิวของคุณหมอดูจะสมเหตุสมผลหน่อย ไม่คล้ายกับนายหน้าโฆษณาขายสินค้า รบกวนอีกทีนะครับ แต่ถ้าหมอไม่มีไฟล์ตามที่ผมยกตัวอย่าง ก็ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวจะเป็นการรบกวนมากเกินไป ขอบคุณอีกครั้งครับ

  17. เท่าที่ลอง ก็ได้นะครับ

  18. Anonymous

    ไปจบที่ Play On Essential ของ AC Ryan ซะแล้วครับ ราคาต่างกัน +200 ใส่ HDD ได้ 1 ลูก แต่ต่อเนตไม่ได้ (ซึ่งผมก็ไม่มีเจตนาจะใช้อยู่แล้ว ดูหนังอย่างเดียว) เมนูพอดูได้ แต่โชว์ปกหนังให้ถ้ามีไฟล์ jpg ของปกหนังอยุ่ด้วย อ่านอุตลุด ทุกไฟล์ แต่เนื่องจากใช้ Chip ของ Realtek เห็นเค้าว่าคุณภาพในเรื่องสีจะเป็นรอง Chip ของ Sigma ที่ WD ใช้อยู่ แต่ผมดูไม่ออกครับ อีกประการหนึ่งที่ต้องเลือกเพราะ WD ไม่มีเสียง Digital ที่ออกเป็น Coaxial เพราะ Amp ผม Optical ไม่ว่าง เหลือเพียง Coaxial เลยต้องมาจบแบบนี้ ขอบคุณหมออีกครั้งครับ

  19. เม่นซิ่ว

    อ่านจนจบ เป็นรีวิวที่ดีมากทีเดียว ใครทำหนอ ... อ้าว เพื่อนกรูนี่เอง 5555 แหล่มมากปวิน keep on good job แล้วจะมาดูอีก

Leave a Reply

ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยครับ

Please leave a comment.

Profile

My photo

An Ear, Nose, and Throat (ENT) surgeon, an epidemiologist in studying, and a guy who loves technology.
(c) Copyright 2015 Pawin Numthavaj. Powered by Blogger.