สรุปทริปคันไซ ธันวาคม 2558

ช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปเยือนคันไซอีกครั้งครับ (หลายครั้งแล้วนะปีนี้) คราวนี้ไปเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ อีกสามคนครับ เป็นครั้งที่ไปเยือนยาวอีกครั้งครับคือไปอยู่สิบวัน (แต่ใช้วันลาแค่สามวันเอง เย่ \0/ ) ไปที่เดิมคือลงเครื่องที่สนามบินคันไซ ครึ่งแรกใช้โอซาก้าเป็นที่ตั้งเที่ยวโอซาก้า โกเบ นารา แล้วย้ายไปเกียวโตเพื่อเที่ยวอีกครึ่งทริปที่เหลือ จึงกลับทางคันไซแบบเดิมครับ ขอสรุปไว้ก่อนนะครับ




วันแรก 4 ธันวาคม 2558 ดอนเมือง - สนามบินคันไซ

  • นั่งเครื่องบินแอร์เอเชียออกจาก กทม ประมาณห้าโมงถึงโอซาก้าตอนห้าทุ่ม
  • เข้าที่พักแถวหน้าสนามบิน (สถานี Izumisano) เป็น AirBNB ครับ


วันที่ 2 5 ธันวาคม 2558 ช็อปปิ้ง Rinku-town - ชมไฟในโอซาก้า

  • ออกจากที่พักตอนเช้า นั่งรถไฟจากสถานีเดิมกลับมาสถานี Rinku-town ซึ่งมี Outlet ขายของหน้าสนามบินครับ
  • ทานอาหารกลางวัน เป็นซูชิสายพานร้าน Daiki Suisan 大起水産 ครับ
 
  • หลังจากช็อปปิ้งตอนบ่ายเสร็จ นั่งรถไฟ Nankai จากสถานี Rinku-town มายังสถานี Tengachaya เปลี่ยนเป็นรถไฟใต้ดินมาลง Nippombashi ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากย่านนัมบะครับ
  • พักที่พักซึ่งเป็น AirBNB แถวนั้นครับ ในห้องมีครัวด้วย เลยได้ทำอาหารกินเองด้วยครับ
  • หลังจากนั้นไปเดินเล่นดูไฟ Osaka Illumination ที่แถว Osaka City Hall ครับ (พบว่ามีไฟนิดเดียวเอง)
 
 
  • เดินไปซื้อตั๋วรถไฟ Hanshin Tourist Pass 1 วัน (500 เยน) ที่ห้าง Hanshin Umeda เพื่อใช้ในการไปโกเบครับ
  • ทานข้าวที่ร้านข้าวหน้าปลาไหล Hitsumabushi สไตล์นาโกย่า สาขา Grand Front Osaka
 
  • เดินชมไฟแถวสถานีโอซาก้า ดูโมเดลรถไฟจำลองที่โรงแรม Hilton และกลับมานอนที่นัมบะครับ

วันที่ 3 6 ธันวาคม 2558 ปราสาทโอซาก้า - ชมไฟที๋โกเบ

  • ออกจากที่พักตอนเช้า เดินไปยังตลาดคุโรมอน (Kuromon Ichiba Market
    黒門市場) ไม่ไกลจากย่านนัมบะครับ
 
 
  • นั่งรถไฟใต้ดินไปปราสาทโอซาก้าครับ
  • เที่ยวชมปราสาทโอซาก้า (รอบที่สามแล้วนะ)
 
  • ออกจากโอซาก้ามาเปลี่ยนรถไฟที่อุเมะดะ
  • นั่งรถไฟจากอุเมะดะมายัง โกเบครับ (ใช้ Hanshin Tourist Pass วันนี้ ไปกลับแค่ 500 เยนเอง แถมขากลับก็มีรถถึงนัมบะด้วยครับ)
  • ช็อปปิ้งที่ห้างแถวโกเบเล็กน้อย
  • เดินไปดู Kobe Illuminarie 2015 เป็นงานแสดงไฟประจำปีของโกเบ เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้ที่สูญเสียไปเมื่อตอนเมืองโกเบถูกแผ่นดินไหวในปี 1995 ครับ คนเยอะมาก เดินไกลพอสมควรเลยด้วยครับ
 
  • เดินเสร็จแล้วก็ไปกินสเต็กร้าน Steak Land Kobe ครับ
 
  • ทานเสร็จก็กลับที่พักที่นัมบะครับ


วันที่ 4 7 ธันวาคม 2558 วันว่าง เดินเล่นย่านนัมบะ

  • เนื่องจากสามวันที่ผ่านมาเราเดินกันเยอะมากๆ ปวดขา เลยขอพักว่างหนึ่งวันครับ โดยเดินเล่นแถวๆ นัมบะเท่านั้นครับ กลายเป็นวันเดินเล่นๆ กินๆ
  • มื้อเที่ยงพวกเราซื้อของจากซูเปอร์มาเก็ตแถวๆ นั้นมาทำกินกันเองครับ
  • ตอนเย็นออกเดินนัมบะครับ
 
  • กินเมล่อนปังอร่อยอันดับสองของโลก, ชีสเค้ก Pablo Mini ที่เพิ่งออกตัวใหม่เป็นแบบชิ้นเล็ก
 

 
  • เดินช็อปปิ้งซื้อของที่ร้านแอปเปิล (บูชาๆ)
  • กินลาเต้อาร์ท 3D ที่ร้านกาแฟ Cafe エルク (ELK)
 
  • เดินช็อปปิ้ง Uniqlo และ Bic Camera และซื้อตั๋ว Kintetsu Rail Pass แบบสองวัน 2000 เยนเพื่อใช้ไปนาราและเกียวโตที่ Bic Camera ครับ
  • เดินช็อปปิ้งต่ออีกนิดหน่อยและกินอาหารเย็นที่ร้าน Cafe Gusto


วันที่ 5 8 ธันวาคม 2558 นารา

  • ตื่นตอนเช้าครับ นั่งรถไฟ Kintetsu จากสถานี Kintetsu Nippombashi แถวที่พัก ไปลงที่สถานี Kintetsu Nara
  • นั่งรถเมล์ (พาส Kintetsu ขึ้นฟรีนะครับ) จากสถานีรถไฟไปที่ Nara Park
  • เดินเล่นในสวน ดูกวาง และเข้าชมวัด Todaiji
 
 
 
  • เดินต่อแถวข้างๆ วัด และทานข้าวกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแถวๆ นั้นครับ
  • ตอนเย็นเดินช็อปปิ้งแถวๆ ตลาดย่านสถานีรถไฟนาราครับ
  • กลับโอซาก้า ทานอาหารเย็นครับ


วันที่ 6 9 ธันวาคม 2558 เกียวโต - ชมโรงงานมัตฉะ

  • เราตื่นกันแต่เช้า ออกจากที่พักที่นัมบะ ขนของขึ้นรถไฟ Kintetsu แล้วไปฝากของที่โรงแรม Gimmond ที่เราจะพักที่เกียวโตกันครับ
  • หลังจากนั้นเราก็นั่งรถไฟ Kintetsu ย้อนกลับมานอกเมืองเกียวโตนิดหน่อย เพื่อมาชมโรงงานมัตฉะ Marukyu-koyamaen 丸久小山園 ใครจะมาชมโรงงานนี้ต้องจองล่วงหน้าก่อนนะครับ (จองผ่านเว็บไซต์) เข้าชมฟรี มีให้ดูบรรยากาศการผลิตมัตฉะ จำลองพิธีชงชาสมัยก่อน และสอนวิธีชงมัตฉะกับมีขนมให้กินนิดหน่อยด้วยครับ (แน่นอนว่าตอนจบมีช็อปให้เสียตังค์ตามสไตล์ชมโรงงานญี่ปุ่นด้วยครับ ผมแทบหมดตัว 555) วิธีมาอาจจะต้องนั่งแทกซี่ต่อจากสถานีรถไฟนิดหน่อยนะครับ
  • เสร็จแล้วเราทานข้าวเที่ยงเป็นร้านอุด้งแถวๆ นั้นครับ
  • ช่วงเย็นเราไปวัดน้ำใส (Kiyomizu Dera 清水寺) ครับ โชคดีที่ใบไม้แถวนั้นยังแดงอยู่ครับ 
 
 
  • ตอนเย็นเรามาเดินเล่นที่สถานีเกียวโต ทานอาหารเย็นเป็นสปาเกตตี้ที่ร้านแถวๆ นั้นครับ
 
  • แล้วก็กลับที่พักที่โรงแรม Gimmond แถวสถานีรถไฟใต้ดิน Karasuma-oike ครับ เป็นที่พักที่เราใช้ตอนอยู่เกียวโตทั้งหมดครับ ห้องดีทีเดียว เราไปสามคนมีเตียงเดี่ยวให้สามเตียงครับ ห้องและห้องน้ำสะอาดดีแต่ห้องน้ำรุ่นเก่านิดนึง


วันที่ 7 10 ธันวาคม 2558 เกียวโต - ฮิกาชิยาม่า

  • วันนี้เราไปวัดในแถบภูเขาด้านตะวันออกของเมือง (ฮิกาชิยาม่า 東山 แปลตรงตัวก็ภูเขาตะวันออก) ครับ โดยวัดแรกที่ไปคือวัดเงิน Ginkaku-ji 銀閣寺 ครับ
 
  • เราเลือกเดินทางไปโดยแทกซี่ครับ (หารกันสี่คนแล้วคุ้ม) ให้ที่โรงแรมเรียกให้ครับ
  • ภายในวัดเงินคนไม่เยอะมากครับ มีมุมสวยๆ เยอะเลย ใบไม้ก็แดงด้วย
  • เดินเล่นถึงใกล้เที่ยง เราออกมาทานอาหารชุดหน้าวัดครับ ร้านที่ไปนี่ถนัดการหุงข้าว ข้าวอร่อยดีครับ
 
  • หลังจากนั้นเราเดินมาเลียบคลองตามทางเดินของนักปราชญ์ (Philosopher's path 哲学の道)ครับ ระหว่างทางมีใบไม้แดงเป็นระยะครับ อากาศดี
 
 
  • เราเจอร้านปั้นถ้วยแถวนั้นที่เปิดสอนให้ลองปั้นดู ผมปั้นชามใส่มัตฉะชามละ 2200 เยนครับ สนุกดี โดยเจ้าของร้านจะส่งชามตามมาให้ที่กรุงเทพหลังจากที่เผาและลงลายเรียบร้อยแล้วครับ
 
  • แวะวัด Eikan-do Zenrin-ji 永観堂禅林寺 ครับ โชคร้ายแบตกล้องผมหมดเลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูป
  • หลังจากที่แวะวัดเราทานข้าวที่ร้านเล็กๆแถวหน้าวัดอีกนิดหน่อย กินข้าวห่อไข่ พอดีฝนตกพอดีเราเลยไม่ทันได้แวะวัด Nanzen-ji ครับ
  • นั่งรถไฟกลับมาเดินเล่นแถวถนน Teramachi ในตลาดนิชิกิครับ
  • เราซื้อซูชิลดราคาในชั้นใต้ดินของห้างไดมารูมาทานกันครับ


วันที่ 8 11 ธันวาคม 2558 Arashiyama

  • วันนี้เราไปเที่ยวแถบตะวันตกของเกียวโตกันครับ
  • เริ่มจากเรานั่งรถไฟใต้ดิน ไปลงที่สถานี Nijo เพื่อขึ้นรถไฟ JR ไปที่สถานี Saga Arashiyama ครับ
  • หลังจากนั้นเราขึ้นรถไฟท่องเที่ยว Sagano Romantic Train (嵯峨野観光鉄道) ซึ่งเป็นรถไฟท่องเที่ยวที่ลัดเลาะไปบริเวณช่องเขาของเกียวโตครับ มีทางหลายช่วงที่เป็นโค้งแม่น้ำสวยงาม และมีใบไม้ร่วงสีแดงสวยดีครับ คนเยอะทีเดียวถ้าใครมาให้จองก่อนนะครับ (จองที่สถานี JR ที่ไหนก็ได้ครับผมจองที่สถานีโกเบ)
 
  • ทางรถไฟนี้จะขนานไปกับสาย JR ธรรมดาที่สร้างใหม่ที่เจาะอุโมงค์ลัดครับ
 
  • ผมเลือกนั่งไปและใช้ JR ธรรมดาในขากลับครับ โชคดีที่ขาไปฝนไม่ตก แต่ขากลับนี่ฝนตกแรงมากครับ
  • ตอนเที่ยงเราทานข้าวที่ Arashiyama ครับ ตอนแรกเรามีแพลนจะเที่ยวแถบนั้น แต่เผอิญฝนตกหนักผมเลยแยกมาช็อปปิ้งที่อิออนในเกียวโตแทนครับ (เพื่อนไปวัดเทนริวจิ และป่าไผ่ที่ผมเคยไปมาแล้ว)
  • สำหรับตอนเย็นเรามาดู Light Up ที่ Arashiyama ครับ เป็นเทศกาลประจำปีที่เขาจุดไฟตามทางเดิน ป่าไผ่ และมีฉายไฟที่สะพานโทเง็ตซึเคียว (Togetsukyo 渡月橋) ด้วยครับ
 
 


วันที่ 9 12 ธันวาคม 2558 Nijo-Jo วัด Tofukuji วัด Kinkaku-ji

  • วันก่อนสุดท้ายเราเลือกที่จะไปเที่ยวในวัดต่างๆ ของเกียวโตครับ
  • เพื่อนเลือกไป Fushimi Inari (เสาโทริอิสีส้มๆ) แต่ผมเคยไปแล้วเลยขอแยกออกมาครับ
  • โดยผมกินข้าวเช้าก่อน เป็นแพนเค้กแถวโรงแรม อร่อยดีครับ
  • หลังจากนั้นผมไปเที่ยวที่ปราสาทนิโจ (Nijo-jo 二条城) ครับ เดินจากโรงแรมไปหนึ่งสถานีรถไฟครับ
 
  • ไปถึงถ้าใครไปเที่ยวคนเดียวแนะนำให้เช่า Audio Guide ครับ เสียบหูฟังไปเหมือนมีไกด์ส่วนตัวเลย ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับปราสาทพอสมควรทีเดียวครับ (ค่าบริการ 500 เยน)
  • หลังจากนั้นผมกลับไปรวมกับเพื่อนๆ ที่วัด Tofukuji 東福寺 ครับ ที่วัดมีใบไม้แดงพอสมควร เสียดายมันร่วงไปเยอะแล้วครับ
 
  • พวกเราตัดสินใจไปวัดทอง (Kinkakuji 金閣寺) กันครับ แต่เนื่องจากวัดทองอยู่คนละฟากกันเลย ก็เลยนั่งรถไฟ Keihan line หน้า Tofukuji ไปลงสุดสายที่สถานี Demachiyanagi ที่ตอนเหนือของเกียวโต แล้วก็นั่งแทกซี่ต่อกันไปครับ
 
  • เราแวะชมวัดทอง (Kinkakuji) ดูบรรยากาศ (คนเยอะมากๆๆๆๆ) แล้วก็นั่งรถบัสกลับมาย่านช็อปปิ้งครับ
  • หลังจากนั้นเราก็ช็อปปิ้งกันในเกียวโตครับ ผมไปเดินอิออนมอลล์ แวะซื้อของนิดหน่อยครับ แล้วจึงกลับโรงแรม


วันที่ 10 13 ธันวาคม 2558 Shopping และกลับกรุงเทพ

  • วันสุดท้ายเนื่องจากผมซื้อของมาเกินพิกัดครับ ยัดไม่ลงกระเป๋าใหญ่ ทำให้ผมมีภารกิจต้องช็อปกระเป๋าเดินทางครับ ตอนแรกว่าจะซื้อ Muji ในเกียวโตแต่ราคามันแพงมากเลยทำใจไม่ลง ลองค้นๆ ดูจึงพบว่าร้านดองกี้ก็มีกระเป๋าถูกๆ ขาย ผมเลยนั่งรถไฟไปซื้อที่ดองกี้อุเมะดะในช่วงบ่ายครับ
  • โชคดีที่วันนั้นตั้งใจซื้อ JR West Pass เพื่อใช้กับรถไฟไปสนามบิน (Limited Express Haruka) อยู่แล้ว เลยใช้พาสนั่งมาอุเมะดะนิดหน่อยครับ (คนเยอะมากเนื่องจากเป็นวันอาทิตย์พอดี)
  • หลังจากช็อปนิดหน่อย ผมก็กลับเกียวโตครับ ทานยาโยอิแถวโรงแรมตอนเย็นนิดหน่อย แล้วก็นั่งรถไฟจากเกียวโตไปสนามบินคันไซครับ แอบแวะช็อปร้านร้อยเยนที่สนามบินอีกนิดนึง
  • ผมแวะอาบน้ำตอนค่ำที่สนามบินคันไซก่อนขึ้นเครื่องครับ สบายเลย
  • กลับโดยแอร์เอเชียออกเที่ยงคืน ถึงดอนเมืองโดยสวัสดิภาพตอนตีสี่ครับ กลับคอนโดแล้วอาบน้ำนอนแว้บนึงแล้วไปสอนต่อตอนเช้า 555 เป็นอันสิ้นสุดทริปแสนยาวนี้ครับ
โดยสรุปแล้วค่อนข้างประทับใจกับทริปนี้ครับ ส่วนหนึ่งเพราะคุ้นเคยไม่ค่อยหลงแล้วด้วยมั้ง แล้วก็นั่งเครื่องบินไม่นานเท่าไปโตเกียว อาหารก็อร่อยได้กินของที่อยากกินตลอดเลยครับ ที่พักก็อยู่ในย่านที่ไม่ไกลจากที่ท่องเที่ยว ไม่อดอยากด้วยครับ แถมอยู่ซะนานจนรู้สึกห่วงจะกลับมาทำงานแล้วตั้งแต่วันท้ายๆ (แต่คุ้มค่าวันลาแค่สามวันมาก) ไว้มีโอกาสจะกลับมาใหม่อีกนะคันไซ

One response to “สรุปทริปคันไซ ธันวาคม 2558

  1. Anonymous

    ภาพใบไม้แดงสวยมากๆค่ะอาจารย์ อยากจะมีเหตุให้ได้ไปญี่ปุ่นในช่วงนี้บ้าง
    ได้ไปทีไรเป็นช่วงใบไม้ผลิตลอดค่ะ T-T

Leave a Reply

ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยครับ

Please leave a comment.

Profile

My photo

An Ear, Nose, and Throat (ENT) surgeon, an epidemiologist in studying, and a guy who loves technology.
(c) Copyright 2015 Pawin Numthavaj. Powered by Blogger.