ไปเที่ยวญี่ปุ่นมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับ ไปคืนวันอังคาร ถึงที่โน่นวันพุธ แล้วก็กลับวันอาทิตย์ตอนเย็น ถึงเที่ยงคืนวันอาทิตย์ครับ ไปโดยสายการบิน ANA บินตรงจากสุวรรณภูมิลงนาริตะครับ เป็นครั้งแรกที่ผมไปญี่ปุ่น และก็วางแผนเองโดยไม่ได้ไปกับทัวร์ครับ แต่อาศัยเพื่อนที่โน่นเป็นคนพาเที่ยว ขอสรุปที่ๆ ไปก่อน ส่วนรูปยังไม่ได้รวบรวมเลยครับ
สรุปทริป ญี่ปุ่น มีนาคม 2557
ประสบการณ์เรียนคอร์สออนไลน์บน Coursera
ปกติผมเป็นคนชอบหาเรื่องเรียนอะไรใหม่ๆ ครับ
แต่หลังๆ พอมาเป็นคนสอนเองแล้ว ก็กลายเป็นว่าไม่ค่อยมีเวลาจะไปลงเรียนคอร์สอะไรเท่าไหร่ ประกอบกับงานอื่นๆ ทั้งงานตรวจ งานวิจัย ก็แทบจะไม่เหลือเวลาทำอะไรเสียเท่าไหร่ แต่ก็ยังพยายามหาเวลามาเรียนอะไรใหม่ๆ อยู่บ้าง และผมก็ได้มาเจอกับ Coursera ครับ
Coursera เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมคอร์สออนไลน์ ซึ่งมีมหาวิทยาลัยดังๆ หลายแห่งมาร่วมเปิดคอร์สออนไลน์กับที่นี่ คอร์สส่วนใหญ่เป็นคอร์สระยะสั้นๆ หนึ่งถึงสามเดือน และมักจะเรียนทีละสัปดาห์ เพื่อให้เราหาเวลาว่างในสัปดาห์นั้นๆ มาฟังเลคเชอร์ และทำแบบทดสอบ
จริงๆ ผมเคยลงคอร์สออนไลน์แบบนี้มาแล้ว แต่ช่วงนั้นคอร์สไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ เลยเรียนไม่สำเร็จครับ มาเปิดดูได้สองสามครั้งก็เลิก
แต่ครั้งล่าสุด ผมได้เจอคอร์สที่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำอยู่ ก็เลยลองลง และตั้งใจเรียนดูครับ คอร์สนี้คือคอร์ส Computing for Data Analysis ซึ่งเป็นคอร์สสอนเขียนโปรแกรม โดยใช้โปรแกรม R ซึ่งผมเคยเรียนมาบ้างแล้ว (ตอนนั้นที่เคยเรียนก็หลายปีมาแล้วล่ะ เรียนแบบวิเคราะห์ข้อมูล แล้วก็ไม่ได้ใช้เลย) คอร์สนี้จัดโดย John Hopkins University ครับ (มหาวิทยาลัยชื่อดังเลยทีเดียวนะเนี่ย)
คอร์สที่เรียนผ่านไปนี้ค่อนข้างยากเลยทีเดียวล่ะครับ เพราะเน้นไปทางด้าน Programming มากกว่าจะเป็นทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ต้องกลับมาทบทวนเรื่อง Programming ที่หลังๆ ผมก็ไม่ค่อยได้จับซะเท่าไหร่ (หลังๆ เน้นไปทางวิเคราะห์ข้อมูลละมากกว่า) แต่พอผ่านไปได้ก็สนุกดีครับ
แต่ละสัปดาห์ จะมีวิดีโอสอน ซึ่งทำเป็นตอนๆ ไว้ประมาณ 4-5 ตอนครับ ตอนนึงก็ประมาณ 10 - 15 นาที ทำให้เราสามารถดูเป็นพักๆ ได้ครับ (แต่ถ้าดูต่อเนื่องกันจะ Get Idea มากกว่า) แล้วก็จะมี Quiz หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ โดยเป็นคำถามเกี่ยวกับเลคเชอร์นั่นแหละครับ จำนวนประมาณ 10 ข้อ ส่วนคำตอบก็เป็น multiple choices ไม่ยากเท่าไหร่ครับ แล้วก็สามารถทำซ้ำได้สามครั้ง แต่คำถามจะเป็นสุ่มขึ้นมา เราอาจได้คำถามไม่เหมือนกันถ้าเราทำซ้ำครับ (ผมได้ 9-10 คะแนนเต็ม 10)
ความยากของคอร์สนี้ที่ทำให้ท้อนิดๆ คือโปรแกรมมิ่งครับ จะมีโจทย์มาให้ แล้วก็มีข้อมูล มาให้เขียนโปรแกรม (เขียนฟังก์ชั่นใน R) เพื่อดำเนินการอย่างที่โจทย์สั่ง และเอาผลลัพธ์ส่งกลับโดยมีโปรแกรมตรวจสอบโปรแกรมที่เราเขียนอีกทีหนึ่งครับ และจะคิดคะแนนขึ้นไปบนเว็บ Coursera เลย
ตอนเริ่มเจอคอร์สนี้ก็ผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์ครับ ทำให้ผมส่งการบ้านไม่ทันไปครั้งหนึ่ง หายไป 10 คะแนนจาก 100 คะแนน โดยถ้าจะได้ประกาศนียบัตรจากคอร์สจะต้องได้มากกว่า 70 คะแนนขึ้นไปครับ พอมาเจอกับการต้องเขียนโปรแกรมด้วยแล้ว ทำให้หวั่นๆ เหมือนกันครับว่าจะเรียนไม่ผ่าน ซึ่งก็ไม่แปลกครับเพราะมีคนถอดใจไปโพสต์ไว้ในฟอรั่มของคอร์สหลายคนเลยครับ
แต่ยังไงผมก็ทนจนเรียนจบมาได้ครับ (จบได้ที่ 88 คะแนนเพราะทำ Quiz ผิดไปสองข้อ กับส่งงานไม่ทันเพราะเริ่มช้าไปอีก 10 คะแนน) เรียกว่าเป็นคอร์สแรกที่ผมเรียนแบบออนไลน์จบเลยทีเดียว ตอนนี้เลยพยายามมาเรียนแบบออนไลน์คอร์สอื่นๆ ดูบ้างครับ และก็ได้ลองสมัครแบบเสียเงิน (จะได้ใบประกาศที่น่าเชื่อถือกว่า) มาด้วยครับ (ผมลงเรียนวิชา Clinical Trials ซึ่งเกี่ยวกับระบาดวิทยา)
ใครยังไม่เคยลองลงเรียน ลองเลือกวิชาที่สนใจและเรียนดูครับ มันก็ได้ความรู้ไปอีกแบบครับ แต่ผมว่าเรียนอย่าโลภมาก เลือกซักคอร์สน่าจะดีกว่าลงหลายๆ ตัวแล้วไม่มีเวลาเรียนครับ
Button Battery Ingestion
ได้มีโอกาสอ่านเปเปอร์รีวิวเรื่องการกลืน Button Battery (ถ่านกระดุม) เลยเอามาเล่าสู่กันฟังครับ
ถ่านกระดุม เป็นถ่านขนาดเล็กที่นิยมใช้ในอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์หลายชนิดในปัจจุบัน เราสามารถพบถ่านชนิดนี้ได้หลายที่ ที่ๆ พบบ่อยก็คือเครื่องช่วยฟัง, รีโมทคอนโทรล, ของเล่น, นาฬิกา, เทียนอิเลคทรอนิกส์, เครื่องชั่งน้ำหนัก, กุญแจรีโมท นอกเหนือไปจากนี้ ที่ๆ ยังอาจจะพบได้ก็เช่น ไฟฉาย, เครื่องคิดเลข, เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด, เทอร์โมมิเตอร์ดิจิตอล, เครื่องเล่นเพลง และกล้องถ่ายรูป
ปัญหาของการกลืนกินถ่านกระดุมนั้นไม่ได้อยู่ที่สารที่อยู่ในถ่านกระดุมโดยตรง หากแต่เป็นปัญหาของกระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะถ่านกระดุมที่เป็นถ่านลิเธียม เนื่องจากถ่านชนิดนี้มักมีความต่างศักย์สูง บริเวณขั้วลบของถ่านกระดุมเมื่อเข้าไปค้างอยู่ในเนื้อเยื่อของหลอดอาหาร จะทำให้เกิดครบวงจรไฟฟ้า (หลอดอาหารมีน้ำลาย ซึ่งนำไฟฟ้า) และเกิดไอออนของไฮดรอกไซด์ (OH-) สะสมที่ผนังหลอดอาหารที่ขั้วลบ ซึ่งไอออนนี้ที่มีความเป็นเบสสูงนี่เอง จึงทำการกัดกร่อนผนังของหลอดอาหารที่ถ่านกระดุมไปติดอยู่ ทำให้เนื้อเยื่อของหลอดอาหารตาย โดยเฉพาะถ่านที่มีความต่างศักย์เหลือในตัวถ่านมากกว่า 1.2 โวลต์ในตอนกลืนทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้โดยง่าย
นอกจากนี้ถ้าถ่านกระดุมหลุดไปได้ ไม่ติดอยู่ที่เดียว ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์กัดกร่อนของเนื้อเยื่อเกิดขึ้นนี่เอง (เป็นเหตุว่าทำไมจึงไม่ต้องทำอะไรถ้าถ่านมันไม่ได้ไปติดที่ไหน อึออกมาปกติ)
เมื่อมีเด็ก (หรือผู้ใหญ่) ที่เราสับสนว่ากลืนถ่านกระดุมหรือไม่ ในทางปฏิบัติแนะนำให้ทำการ X-ray เพื่อดูว่าลักษณะของภาพที่ได้เข้ากับถ่านหรือเปล่า โดยลักษณะของ X-ray ที่พบในถ่านกระดุม มักจะมี ขอบกลม (double ring or halo sign) ต่างจากเหรียญที่ไม่มีลักษณะนี้ นอกเหนือจากนี้การ X-ray ในท่า Lateral ก็อาจจะบอกได้ว่าขั้วลบของถ่าน (ขอบที่เล็กกว่าอีกด้าน) หันไปทาง Trachea หรือ Spine
ในการรักษาถ่านกระดุมติดบริเวณหลอดอาหาร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเอาออก โดยใน Guideline ฉบับปัจจุบันแนะนำให้เอาออกโดยเร็ว หากเป็นไปได้ก็ควรจะภายในสองชั่วโมง เนื่องจากถ้าเอาออกช้า อาจจะเกิดความเสียหายต่อหลอดอาหารได้มาก แนวทาง Guideline นั้นสามารถดูได้จากตัวเปเปอร์ฉบับเต็มครับ
นอกเหนือไปจากนี้ การป้องกันไม่ให้เด็กหยิบถ่านมากลืนได้โดยง่ายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ปัจจุบันตามมาตรฐาน ANSI/UL60065 ในอุปกรณ์ที่ใช้ถ่านกระดุม การเปิดออกเพื่อเจอถ่านนั้นจะต้องอาศัยการขยับที่เปิดสองครั้ง จึงจะถึงตัวถ่าน และในสหรัฐยังมีความพยายามในการผลิตถ่านที่ต้องอยู่ในรังถ่านเท่านั้นถึงจะมีกระแสไฟฟ้าได้ แต่ก็ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากถ่านใหม่ก็จะเข้ากันไม่ได้กับรังถ่านแบบเดิมๆ ครับ
ที่มา: Jatana KR, Litovitz T, Reilly JS, Koltai PJ, Rider G, Jacobs IN. Pediatric button battery injuries: 2013 task force update. International journal of pediatric otorhinolaryngology. http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0165587613002851#gr1
Posted in button battery, disease, emergency, ENT, ingestion, medicine, otolaryngology, surgery
รีวิวเกม The Last of Us
เกม The Last of Us เป็นอีกเกมที่ผมรอเล่นตั้งแต่เริ่มได้ข่าวเกมนี้เลยครับ เพราะว่าดูจากวิดีโอเปิดตัวแล้ว กราฟฟิคสวยงามมาก ดูแล้วน่าติดตาม โดยเฉพาะผมชอบเล่นเกมแนวๆ Survival Horror คล้ายๆ แบบนี้อยู่แล้วด้วยครับ (เกมนี้ Exclusive สำหรับ PS3 โดยเฉพาะครับ ไม่ทำลงแพลตฟอร์มอื่น)
เกมนี้เป็นเกมแนว Stealth - Action มุมมองบุคคลที่ 3 ครับ ส่วนของเนื้อเรื่องจะเป็นประมาณโลกหลังจากที่เกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้น ทำให้คนที่อยู่บนโลกส่วนใหญ่กลายเป็นซอมบี้ แต่พระเอกของเรารอดมาอยู่ได้ ทำให้เราต้องหาหนทางในการมีชีวิตรอดต่อไปครับ (พล็อตแบบนี้ จริงๆ ก็เจอบ่อยๆ ในหนังซอมบี้ทั่วๆ ไปน่ะนะ)
เรื่องที่เป็นที่น่าชื่นชมอย่างมากของเกมนี้คือกราฟฟิกครับ ผมว่าเกมนี้เป็นเกมที่รีดความสามารถของเครื่อง PS3 ได้อย่างเต็มที่เกมหนึ่งเลยครับ (มันคงไม่มีเกมที่สวยมากไปกว่านี้แล้วหละ เพราะเกมสวยๆ คงจะหนีไปอยู่บน PS4 ที่เปิดตัวและเตรียมวางขายกันไปหมด) ฉากแต่ละฉากดูสวยงาม และกราฟฟิคเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น ป้ายประกาศเก่าๆ ในเมืองร้าง ป้ายแสดงราคาอาหาร หนังสือพิมพ์ที่วางไว้บนโต๊ะ ข้อความที่ถูกเขียนอยู่บนไวท์บอร์ด (ซึ่งพวกนี้จริงๆ ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเนื้อเรื่อง) ก็สามารถที่จะอ่านได้เกือบทุกอัน นอกจากนี้ลม น้ำ สิ่งแวดล้อมต่างๆ ก็ดูเสมือนจริงทีเดียวเลยครับ เรียกได้ว่า กราฟฟิคช่วง Gameplay ของเกมนี้อาจจะดีกว่า cinematic ของเกมบางเกมเสียเลยด้วยซ้ำ
นอกจากการมีกราฟฟิคที่สวยงามแล้ว เกมยังจะทำให้เรามี "อารมณ์ร่วม" ด้วยฉากแอคชั่นที่ค่อนข้างเร้าใจ และจอยที่สั่นถูกเวลา ผนวกกับระบบเสียงที่คมชัดและเหมาะสมกับสถานการณ์ เช่นเสียงกระจกแตก เสียงระเบิด ทำให้เรารู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกันกับตัวเกมเหมือนกันกับนั่งดูหนังอยู่ และลุ้นว่าพระเอกจะรอดได้ไหม ลุ้นว่าศัตรูจะมาทำร้ายเราหรือไม่ครับ
ส่วนของวิธีการเล่นพูดง่ายๆ คือเกมจะมีเป็นฉากๆ ในแต่ละฉากเราต้องทำตัวหลบๆ ซ่อนๆ ใต้โต๊ะบ้าง เค้าน์เตอร์บ้าง หลังกล่องบ้าง ตามซอกมุมอาคารบ้าง เพื่อที่จะหนีให้พ้นจากสายตาของศัตรูครับ ส่วนใหญ่ตัวเกมจะมีเป้าหมายของแต่ละด่านคือต้องเดินผ่านไปยังฉากต่อไปให้ได้ โดยเราอาจจะใช้วิธีค่อยๆ หลบศัตรูไปยังฉากต่อไปก็ได้ หรือว่าจะฆ่าศัตรูให้จนหมดทั้งฉากเลยก็ได้ครับ แต่ด้วยข้อจำกัดที่เกมบีบบังคับกระสุนปืนและอาวุธเสริมให้มีอยู่น้อยมากๆ (บางทีก็แทบไม่มีกระสุนติดตัวเลยทีเดียว) ทำให้ส่วนใหญ่เราต้องอาศัยการหลบๆ ซ่อนๆ แล้วค่อยๆ ลอบบีบคอศัตรูทีละตัวแบบไม่เสียกระสุนมากกว่า นอกจากนี้เรายังสามารถหยิบของใกล้ตัวคือก้อนอิฐ มาปาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูได้ครับ
ศัตรูก็มีความฉลาดในระดับหนึ่งครับ เช่น ถ้าเห็นเราก็จะเรียกเพื่อนๆ เข้ามารุม หรือว่าถ้าเห็นศพเพื่อนศัตรูด้วยกันก็จะกระจายกำลังออกค้นหาว่าเราอยู่ตรงไหนด้วย
แต่ไม่ต้องกังวลว่าการหลบๆ ซ่อนๆ นั้นจะยากครับ เพราะในเกมนี้ฉากแต่ละฉากค่อนข้างจะใหญ่ถึงใหญ่มากๆ ทำให้มีที่ว่างๆ ให้เราไปซ่อนได้เยอะ ถึงแม้จะมีศัตรูมาเจอเรา แต่เราก็สามารถจะ วิ่งๆๆ แล้วก็ไปหลบตรงมุมไกลๆ ของฉาก แล้วค่อยย่องกลับมาใหม่ได้ครับ
นอกจากความยากในส่วนของกระสุนที่มีอยู่จำกัด ทำให้เราต้องใช้วิธีหลบๆ ซ่อนๆ แล้ว เกมยังกดดันให้ศัตรูบางประเภท สามารถที่จะกัดเราตายได้ในทีเดียวเลยครับ ทำให้เราจะต้องระมัดระวังกับศัตรูประเภทนี้เป็นพิเศษ
ส่วนเรื่องเนื้อเรื่องของเกม ถึงจะไม่ได้จบหวือหวาหรือหักมุมมากเหมือนอย่าง Bioshock Infinite แต่เกมนี้เล่นจนจบแล้วให้อารมณ์ของการดูหนังมากๆ ครับ ตัวละครแต่ละตัวมีที่ไปที่มาอย่างชัดเจน และบทพูดก็ไม่ได้เนิบนาบ หรือเร่งให้เนื้อเรื่องดำเนินเร็วจนเกินไปครับ
สรุปสิ่งที่ชอบในเกมนี้
- กราฟฟิคสวยงาม
- ระบบการเล่นที่ค่อนข้างเปิด ไม่ต้องฆ่าศัตรูจนหมดทุกตัว
- ระบบเสียง
- เนื้อเรื่องวางได้ดี บทต่างๆ ดี และน่าติดตาม
- ยังมีบั๊กในเกมเล็กน้อยครับ ผมลองเดินเล่นๆ บางทีเดินไปอยู่กลางลังเก็บของซะอย่างนั้น นอกจากนี้บางทีศัตรูก็ทำเป็นไม่เห็นเพื่อนเราที่บังอยู่หน้าศัตรูเลยซะอย่างนั้น ทำให้รู้สึกแปลกๆ
Posted in games, playstation 3, The Last of Us
หมอผ่าตัดผิดที่!
เนื่องจากมีรายงานข่าวเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่ามีการผ่าตัดไตผิดข้างเกิดขึ้นในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่เป็นอันดับต้นๆ ของโลกในกรุงนิวยอร์ค ประจวบกับมีเปเปอร์ที่ออกมาพอดี ผมได้อ่านเปเปอร์ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดผิดที่นี้แล้วขอสรุปคร่าวๆ ดังนี้นะครับ
- อุบัติการของการเกิดการผ่าตัดผิดที่ (Wrong Site Surgery) พบได้ 0.09 - 4.5 ครั้งต่อการผ่าตัด 10,000 ครั้ง
- ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนการผ่าตัด แต่ถ้าเกิดขึ้น ก็จบเห่กันทั้งคนไข้ ทั้งหมอ นอกจากนี้ก็ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ถ้าหากโดนฟ้อง
- ปกติคนเราก็ผิดพลาดกันได้ แต่การผ่าตัดต้องมีหลายคนเข้ามาเกี่ยว และมีระบบการผ่าตัดเข้ามาเกี่ยวซึ่งจะผิดไปถึงคนไข้ได้ ต้องผิดทีละหลายๆ อย่างบังเอิญพร้อมกัน (รวมถึงระบบไม่ดี) จึงจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ (โมเดลของการผิดหลายๆ อย่างพร้อมกันเรียกว่า Swiss Cheese Model)
- ปัจจัยเสี่ยง แบ่งได้เป็น
- ปัจจัยจากแพทย์
- หมอผ่าตัดหลายคน หรือทำหลายการผ่าตัดหลายอย่างในครั้งเดียวกัน
- ทำเครื่องหมายตำแหน่งที่จะผ่าตัดไม่ถูกต้อง (เช่น หมอผ่าตัดไม่ได้ทำเอง, ใช้หมึกที่ไม่ได้ตกลงกันไว้, ใช้สติ๊กเกอร์แทนการวาดเครื่องหมาย, เวลาการทำเครื่องหมายไม่ตรงกัน)
- ไม่ตอบ time-out (อาจไม่สนใจ หรือสนใจแต่ไม่เต็มที่) time out คือการที่มีพยาบาลหรือผู้รับผิดชอบมาพูดให้เข้าใจตรงกันก่อนจะเริ่มการผ่าตัดทุกครั้งว่าใคร ผ่าอะไร ที่ไหน ฯลฯ
- การผ่าตัดที่รีบๆ ทำ รวมถึงการผ่าฉุกเฉิน
- เหนื่อยหรือผ่ามาหลายรายแล้ว
- มีการเปลี่ยนการรักษาที่ทำมาเป็นประจำ
- ไม่ได้คุยกับคนไข้หรือญาติอย่างเป็นทางการ
- ปัจจัยจากคนไข้
- รูปร่างผิดไปจากปกติ หรืออ้วนเกินกว่าปกติ
- ไม่ได้เจอกับหมอก่อนที่จะเริ่มดมยาสลบ
- คนไข้เข้าใจผิดข้าง หรือผิดการผ่าตัดเอง
- คนไข้ที่เข้าใจผิดได้ง่าย เช่น อายุน้อย
- ชื่อซ้ำกับคนอื่นๆ
- คนที่ดูแลหรือญาติเหนื่อย และไม่สนใจ
- ปัจจัยจากระบบ
- ไม่มีการใช้ หรือใช้เอกสารที่เกี่ยวข้อง (เช่น เอกสารขอความยินยอม) ผิดวิธี
- คนที่ร่วมหรือเกี่ยวข้องไม่กล้าพูดเมื่อเจอสิ่งผิดปกติไปจากเดิม
- มีการเปลี่ยนเวร หรือส่งเวรไม่ถูกต้อง
- ใช้เครื่องมือแตกต่างไปจากปกติ หรือตั้งค่าเปลี่ยนไปจากปกติ
- ไม่มีผู้รับผิดชอบที่แน่นอน หรือผู้รับผิดชอบที่ไม่สนใจ
- การผ่าตัดแบบเดียวกันซ้ำๆ ติดๆ กัน
- มีแรงกดดันจากการต้อง "ทำยอด" ผ่าตัด
- การใช้ WHO Surgical Checklist ได้รับการยอมรับแล้วว่าช่วยลดเหตุการณ์แบบนี้ได้ครับ
Posted in ENT, otolaryngology, surgery

