เกม 2048

เมื่อวันก่อนผมอ่านผ่านๆ มีคนแนะนำเกม 2048 ครับ พอดีเมื่อวานกลางคืนได้ลองเล่นดู ปรากฎว่าติดเลย และดูน่าสนใจในแง่ของคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ เลยว่าจะเขียนบล็อกถึงครับ

เกม 2048 นี้สามารถเข้าเล่นได้จากต้นฉบับที่ Github เกมนี้คนเขียนคือ Gabriele Cirulli ซึ่งเป็น Web designer ที่อายุแค่ 20 ปีครับ เขาได้ไอเดียมาจากเกม Threes อีกทีนึงครับ ใครใช้ iOS ก็มีแอพให้โหลดใน App Store ด้วยส่วน Android ก็มีใน Google Play เหมือนกัน (แต่ทั้งสองอันนี้ไม่ใช่ คนเขียนคนเดียวกับบนเว็บนะครับ แต่เป็นแบบเดียวกันเลย)



ประสบการณ์เรียนคอร์สออนไลน์แบบ Signature Track

คราวที่แล้วผมลงเรียนคอร์สออนไลน์ของ Coursera ครับ (ดูบล็อกเก่า) แต่บังเอิญว่าช่วงที่ผ่านมามีคอร์สที่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำอยู่พอดี เลยขอลองลงคอร์สแบบเสียเงินดูครับ

ค่าใช้จ่ายสำหรับคอร์สแบบเสียเงิน หรือที่เรียกว่า Signature Track ก็ไม่แพงเท่าไหร่ครับ ราคาประมาณ 50 USD (ไม่แพงเมื่อเทียบกับคอร์สจริงน่ะนะ) ซึ่งสิ่งที่จะได้รับคือจะมีการยืนยันตัวตนทุกครั้ง ว่าเราทำการเรียนคอร์สนี้จริง และได้ใบประกาศที่มีการยืนยันตัวตนจากสถาบันที่สอนครับ

คอร์สแบบ Signature Track นี้ไม่ได้เปิดทุกคอร์สของ Coursera ครับ มีแค่บางอันเท่านั้นครับ โดยมักจะเริ่มเปิดให้ลงแบบ Signature Tack เป็นออปชั่นเสริมในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกของคอร์สครับ (หมายความว่าถ้าเรียนจนจบแล้วอยากสมัครทีหลังไม่ได้นะ ต้องตั้งใจลงแบบ Signature Track ตั้งแต่ตอนแรกและตั้งใจเรียน)

สรุปทริป ญี่ปุ่น มีนาคม 2557

ไปเที่ยวญี่ปุ่นมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับ ไปคืนวันอังคาร ถึงที่โน่นวันพุธ แล้วก็กลับวันอาทิตย์ตอนเย็น ถึงเที่ยงคืนวันอาทิตย์ครับ ไปโดยสายการบิน ANA บินตรงจากสุวรรณภูมิลงนาริตะครับ เป็นครั้งแรกที่ผมไปญี่ปุ่น และก็วางแผนเองโดยไม่ได้ไปกับทัวร์ครับ แต่อาศัยเพื่อนที่โน่นเป็นคนพาเที่ยว ขอสรุปที่ๆ ไปก่อน ส่วนรูปยังไม่ได้รวบรวมเลยครับ


ประสบการณ์เรียนคอร์สออนไลน์บน Coursera

ปกติผมเป็นคนชอบหาเรื่องเรียนอะไรใหม่ๆ ครับ

แต่หลังๆ พอมาเป็นคนสอนเองแล้ว ก็กลายเป็นว่าไม่ค่อยมีเวลาจะไปลงเรียนคอร์สอะไรเท่าไหร่ ประกอบกับงานอื่นๆ ทั้งงานตรวจ งานวิจัย ก็แทบจะไม่เหลือเวลาทำอะไรเสียเท่าไหร่ แต่ก็ยังพยายามหาเวลามาเรียนอะไรใหม่ๆ อยู่บ้าง และผมก็ได้มาเจอกับ Coursera ครับ

Coursera เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมคอร์สออนไลน์ ซึ่งมีมหาวิทยาลัยดังๆ หลายแห่งมาร่วมเปิดคอร์สออนไลน์กับที่นี่ คอร์สส่วนใหญ่เป็นคอร์สระยะสั้นๆ หนึ่งถึงสามเดือน และมักจะเรียนทีละสัปดาห์ เพื่อให้เราหาเวลาว่างในสัปดาห์นั้นๆ มาฟังเลคเชอร์ และทำแบบทดสอบ

จริงๆ ผมเคยลงคอร์สออนไลน์แบบนี้มาแล้ว แต่ช่วงนั้นคอร์สไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ เลยเรียนไม่สำเร็จครับ มาเปิดดูได้สองสามครั้งก็เลิก

แต่ครั้งล่าสุด ผมได้เจอคอร์สที่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำอยู่ ก็เลยลองลง และตั้งใจเรียนดูครับ คอร์สนี้คือคอร์ส Computing for Data Analysis ซึ่งเป็นคอร์สสอนเขียนโปรแกรม โดยใช้โปรแกรม R ซึ่งผมเคยเรียนมาบ้างแล้ว (ตอนนั้นที่เคยเรียนก็หลายปีมาแล้วล่ะ เรียนแบบวิเคราะห์ข้อมูล แล้วก็ไม่ได้ใช้เลย) คอร์สนี้จัดโดย John Hopkins University ครับ (มหาวิทยาลัยชื่อดังเลยทีเดียวนะเนี่ย)

คอร์สที่เรียนผ่านไปนี้ค่อนข้างยากเลยทีเดียวล่ะครับ เพราะเน้นไปทางด้าน Programming มากกว่าจะเป็นทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ต้องกลับมาทบทวนเรื่อง Programming ที่หลังๆ ผมก็ไม่ค่อยได้จับซะเท่าไหร่ (หลังๆ เน้นไปทางวิเคราะห์ข้อมูลละมากกว่า) แต่พอผ่านไปได้ก็สนุกดีครับ

แต่ละสัปดาห์ จะมีวิดีโอสอน ซึ่งทำเป็นตอนๆ ไว้ประมาณ 4-5 ตอนครับ ตอนนึงก็ประมาณ 10 - 15 นาที ทำให้เราสามารถดูเป็นพักๆ ได้ครับ (แต่ถ้าดูต่อเนื่องกันจะ Get Idea มากกว่า) แล้วก็จะมี Quiz หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ โดยเป็นคำถามเกี่ยวกับเลคเชอร์นั่นแหละครับ จำนวนประมาณ 10 ข้อ ส่วนคำตอบก็เป็น multiple choices ไม่ยากเท่าไหร่ครับ แล้วก็สามารถทำซ้ำได้สามครั้ง แต่คำถามจะเป็นสุ่มขึ้นมา เราอาจได้คำถามไม่เหมือนกันถ้าเราทำซ้ำครับ (ผมได้ 9-10 คะแนนเต็ม 10)

ความยากของคอร์สนี้ที่ทำให้ท้อนิดๆ คือโปรแกรมมิ่งครับ จะมีโจทย์มาให้ แล้วก็มีข้อมูล มาให้เขียนโปรแกรม (เขียนฟังก์ชั่นใน R) เพื่อดำเนินการอย่างที่โจทย์สั่ง และเอาผลลัพธ์ส่งกลับโดยมีโปรแกรมตรวจสอบโปรแกรมที่เราเขียนอีกทีหนึ่งครับ และจะคิดคะแนนขึ้นไปบนเว็บ Coursera เลย

ตอนเริ่มเจอคอร์สนี้ก็ผ่านไปแล้ว 1 สัปดาห์ครับ ทำให้ผมส่งการบ้านไม่ทันไปครั้งหนึ่ง หายไป 10 คะแนนจาก 100 คะแนน โดยถ้าจะได้ประกาศนียบัตรจากคอร์สจะต้องได้มากกว่า 70 คะแนนขึ้นไปครับ พอมาเจอกับการต้องเขียนโปรแกรมด้วยแล้ว ทำให้หวั่นๆ เหมือนกันครับว่าจะเรียนไม่ผ่าน ซึ่งก็ไม่แปลกครับเพราะมีคนถอดใจไปโพสต์ไว้ในฟอรั่มของคอร์สหลายคนเลยครับ

แต่ยังไงผมก็ทนจนเรียนจบมาได้ครับ (จบได้ที่ 88 คะแนนเพราะทำ Quiz ผิดไปสองข้อ กับส่งงานไม่ทันเพราะเริ่มช้าไปอีก 10 คะแนน) เรียกว่าเป็นคอร์สแรกที่ผมเรียนแบบออนไลน์จบเลยทีเดียว ตอนนี้เลยพยายามมาเรียนแบบออนไลน์คอร์สอื่นๆ ดูบ้างครับ และก็ได้ลองสมัครแบบเสียเงิน (จะได้ใบประกาศที่น่าเชื่อถือกว่า) มาด้วยครับ (ผมลงเรียนวิชา Clinical Trials ซึ่งเกี่ยวกับระบาดวิทยา)



ใครยังไม่เคยลองลงเรียน ลองเลือกวิชาที่สนใจและเรียนดูครับ มันก็ได้ความรู้ไปอีกแบบครับ แต่ผมว่าเรียนอย่าโลภมาก เลือกซักคอร์สน่าจะดีกว่าลงหลายๆ ตัวแล้วไม่มีเวลาเรียนครับ


Button Battery Ingestion

ได้มีโอกาสอ่านเปเปอร์รีวิวเรื่องการกลืน Button Battery (ถ่านกระดุม) เลยเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

ถ่านกระดุม เป็นถ่านขนาดเล็กที่นิยมใช้ในอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์หลายชนิดในปัจจุบัน เราสามารถพบถ่านชนิดนี้ได้หลายที่ ที่ๆ พบบ่อยก็คือเครื่องช่วยฟัง, รีโมทคอนโทรล, ของเล่น, นาฬิกา, เทียนอิเลคทรอนิกส์, เครื่องชั่งน้ำหนัก, กุญแจรีโมท นอกเหนือไปจากนี้ ที่ๆ ยังอาจจะพบได้ก็เช่น ไฟฉาย, เครื่องคิดเลข, เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด, เทอร์โมมิเตอร์ดิจิตอล, เครื่องเล่นเพลง และกล้องถ่ายรูป

ปัญหาของการกลืนกินถ่านกระดุมนั้นไม่ได้อยู่ที่สารที่อยู่ในถ่านกระดุมโดยตรง หากแต่เป็นปัญหาของกระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะถ่านกระดุมที่เป็นถ่านลิเธียม เนื่องจากถ่านชนิดนี้มักมีความต่างศักย์สูง บริเวณขั้วลบของถ่านกระดุมเมื่อเข้าไปค้างอยู่ในเนื้อเยื่อของหลอดอาหาร จะทำให้เกิดครบวงจรไฟฟ้า (หลอดอาหารมีน้ำลาย ซึ่งนำไฟฟ้า) และเกิดไอออนของไฮดรอกไซด์ (OH-) สะสมที่ผนังหลอดอาหารที่ขั้วลบ ซึ่งไอออนนี้ที่มีความเป็นเบสสูงนี่เอง จึงทำการกัดกร่อนผนังของหลอดอาหารที่ถ่านกระดุมไปติดอยู่ ทำให้เนื้อเยื่อของหลอดอาหารตาย โดยเฉพาะถ่านที่มีความต่างศักย์เหลือในตัวถ่านมากกว่า 1.2 โวลต์ในตอนกลืนทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้โดยง่าย

นอกจากนี้ถ้าถ่านกระดุมหลุดไปได้ ไม่ติดอยู่ที่เดียว ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์กัดกร่อนของเนื้อเยื่อเกิดขึ้นนี่เอง (เป็นเหตุว่าทำไมจึงไม่ต้องทำอะไรถ้าถ่านมันไม่ได้ไปติดที่ไหน อึออกมาปกติ)

เมื่อมีเด็ก (หรือผู้ใหญ่) ที่เราสับสนว่ากลืนถ่านกระดุมหรือไม่ ในทางปฏิบัติแนะนำให้ทำการ X-ray เพื่อดูว่าลักษณะของภาพที่ได้เข้ากับถ่านหรือเปล่า โดยลักษณะของ X-ray ที่พบในถ่านกระดุม มักจะมี ขอบกลม (double ring or halo sign) ต่างจากเหรียญที่ไม่มีลักษณะนี้ นอกเหนือจากนี้การ X-ray ในท่า Lateral ก็อาจจะบอกได้ว่าขั้วลบของถ่าน (ขอบที่เล็กกว่าอีกด้าน) หันไปทาง Trachea หรือ Spine

ในการรักษาถ่านกระดุมติดบริเวณหลอดอาหาร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเอาออก โดยใน Guideline ฉบับปัจจุบันแนะนำให้เอาออกโดยเร็ว หากเป็นไปได้ก็ควรจะภายในสองชั่วโมง เนื่องจากถ้าเอาออกช้า อาจจะเกิดความเสียหายต่อหลอดอาหารได้มาก แนวทาง Guideline นั้นสามารถดูได้จากตัวเปเปอร์ฉบับเต็มครับ

นอกเหนือไปจากนี้ การป้องกันไม่ให้เด็กหยิบถ่านมากลืนได้โดยง่ายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ปัจจุบันตามมาตรฐาน ANSI/UL60065 ในอุปกรณ์ที่ใช้ถ่านกระดุม การเปิดออกเพื่อเจอถ่านนั้นจะต้องอาศัยการขยับที่เปิดสองครั้ง จึงจะถึงตัวถ่าน และในสหรัฐยังมีความพยายามในการผลิตถ่านที่ต้องอยู่ในรังถ่านเท่านั้นถึงจะมีกระแสไฟฟ้าได้ แต่ก็ไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากถ่านใหม่ก็จะเข้ากันไม่ได้กับรังถ่านแบบเดิมๆ ครับ

ที่มา: Jatana KR, Litovitz T, Reilly JS, Koltai PJ, Rider G, Jacobs IN. Pediatric button battery injuries: 2013 task force update. International journal of pediatric otorhinolaryngology. http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0165587613002851#gr1

(c) Copyright 2015 Pawin Numthavaj. Powered by Blogger.